ข่าวเศรษฐกิจทั่วโลก
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
-
จากบทความ 5 ตอนที่ผ่านมา ที่ได้เล่าถึงพัฒนาการของนครเซี่ยงไฮ้ ภายหลังการเปิดประเทศและปฎิรูปเศรษฐกิจของจีนตั้งแต่ปี 2521 ในด้านเศรษฐกิจ / การปฎิรูประบบที่อยู่อาศัยและการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ / การพัฒนาศูนย์กลางการเงิน / การพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ / และการพัฒนาธุรกิจของรัฐวิสาหกิจจีนนั้น ในบทความตอนสุดท้ายนี้ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ จะสรุปและวิเคราะห์กรอบและรูปแบบ ที่รัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้ใช้ในการพัฒนาด้านต่างๆ ที่สะท้อนผ่านการพัฒนาทั้ง 5 สาขาดังกล่าวข้างต้น ตลอดระยะเวลา 30 ปี ตั้งแต่จีนเปิดประเทศ ซึ่งมีความน่าสนใจที่จะทำให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจรูปแบบและปัจจัยในการพัฒนาของนครเซี่ยงไฮ้--เมืองทันสมัยติดอันดับโลกที่เป็นหน้าตา ของประเทศจีนในปัจจุบัน รวมถึงเป็นภาพสะท้อนทิศทางการพัฒนาของเซี่ยงไฮ้ในอนาคต ดังนี้ -
จากปัญหาวิกฤตการเงินโลก และเศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะชะลอตัว ธนาคารกลางของจีน (China Central Bank) ได้ปรับลดอัตราคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2552 เหลือเพียงร้อยละ 8-9 ขณะเดียวกัน ธนาคารโลก (World Bank) คาดว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2552 จะเติบโตเพียงร้อยละ 7.5 จากอัตราการเติบโตร้อยละ 11.9 ในปี 2550 และร้อยละ 9.6 ในปี 2551 (ประมาณการ) -
จีนเป็นประเทศที่ทั่วโลกคาดว่าจะสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตการเงินโลกได้เร็วกว่าประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจอื่นๆ เนื่องจากมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันภาคการเงินของจีนยังไม่เปิดเสรีเต็มที่ จึงได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับประเทศในซีกโลกตะวันตก อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจของจีนในปี 2552 ก็ชะลอตัวลงจนขยายตัวในอัตราเพียงเลขหลักเดียวเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งเป็นผลจากความพยายามลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปี 2551 และการเริ่มรับรู้ผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี นอกจากนี้ ธนาคารโลก (World Bank) ยังปรับลดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2552 ลงตามลำดับ เหลือเพียงประมาณร้อยละ 6.5 เมื่อเดือนมี.ค. 2552 -
ในขณะที่ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจอย่างดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีนลดลงทั้งคู่ แต่ยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) กลับมีตัวเลขที่สวยงาม โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมการผลิต high end และภาคบริการ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า นโยบายทางเศรษฐกิจของจีนที่มีเสถียรภาพ ผนวกกับการปราบปรามการทุจริตอย่างเข้มงวดได้สร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนต่างชาติมากขึ้น -
ในปี 2558 รัฐบาลฝูเจี้ยนมีความมุ่งมั่นจะดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 269 ล้านคน ให้มาท่องเที่ยวในฝูเจี้ยน ซึ่งจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปีที่ผ่านมา และจะมีรายได้รวม 314 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 16 ของช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา
-
หยุดตรุษจีน 7 วัน นักท่องเที่ยวจีน 5 ล้านคนบินช็อปปิ้งต่างประเทศ -
อุตสาหกรรมรถยนต์เป็นอุตสาหกรรมสำคัญของจีนที่มีพัฒนาการเคียงคู่กับการเปิดประเทศและปฎิรูปเศรษฐกิจ ตั้งแต่ปี 2521 ซึ่งได้สะท้อนรูปแบบการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมของจีนที่เริ่มต้นจากการดึงดูดเงินทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ไปสู่การเป็นฐานการผลิตและส่งออกที่มียอดขายและยอดส่งออกในอันดับต้นของโลกในปัจจุบัน และมีทิศทางการพัฒนาในอนาคตที่ต้องการผลิตรถยนต์ยี่ห้อของจีนเองที่มีศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งเป็นแนวทางที่มีประโยชน์ต่อการศึกษาเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมและธุรกิจในประเทศ รวมถึงเป็นทิศทางการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจกับจีนต่อไป -
การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในนครเซี่ยงไฮ้ได้รับการควบคุมอย่างใกล้ชิดจากรัฐบาล โดยมีการพัฒนาตามแผน 1966 ซึ่งประกาศโดยสำนักงานผังเมือง นครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Urban Planning Bureau) ในปี 2549 เพื่อแก้ไขปัญหาความหนาแน่นของประชากรในเมืองและใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของราคาที่พักอาศัย -
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในนครเซี่ยงไฮ้ เป็นตลาดที่เข้าใจยาก โดยเฉพาะหากจะถามว่า อนาคตของตลาดจะเป็นอย่างไรต่อไป ตลาดจะเติบโตในอัตราปีละเท่าไหร่ ในปัจจุบันเป็นเศรษฐกิจฟองสบู่หรือไม่ ทำไมถึงมีทั้ง ปริมาณ Demand ปริมาณ Supply และ Price ของอสังหาริมทรัพย์ที่สูงพร้อมๆ กัน ตัวอย่างเช่น ในขณะที่อสังหาริมทรัพย์บางส่วน โดยเฉพาะที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ของเซี่ยงไฮ้ กลับไม่มีคนอยู่ แต่ก็ไม่มีการลดราคาลงให้ต่ำลง หรือ อีกนัยหนึ่ง ก็คือ ทำไมตลาดที่มีราคาสูงกลับมี vacancy rate ที่สูงในเวลาเดียวกันด้วยได้ ??? -
ผู้ที่อยู่ในวงการธุรกิจนำเข้า-ส่งออกกับประเทศจีนคงจะทราบข่าวที่ทางการจีนทดลองใช้เงินหยวนเป็นสกุลเงินในการชำระบัญชีการค้าระหว่างประเทศ โดยเริ่มทดลองใช้นโยบายดังกล่าวในการทำการค้าระหว่าง 5 เมืองของจีน ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ นครกวางโจว เมืองเซินเจิ้น เมืองจูไห่ และเมืองตงกว่น กับเมืองฮ่องกง และมาเก๊า รวมถึงการค้าระหว่างมณฑลกวางสีและมณฑลยูนยานกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งรวมถึงไทย แต่เนื่องจากนโยบายดังกล่าวเพิ่งเริ่มประกาศใช้ จึงยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ ได้รวบรวมข้อมูลจากผู้ที่อยู่ในวงการสถาบันการเงินทั้งไทยและจีนเกี่ยวกับการใช้มาตรการดังกล่าว ทั้งในเชิงนโยบาย แนวทางปฏิบัติ และความคืบหน้าทั้งในไทยและในจีน เพื่อให้ผู้ที่ยังไม่เข้าใจนโยบายดังกล่าวได้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการทำการค้ากับจีนของผู้ประกอบการไทย
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
