ข่าวเศรษฐกิจทั่วโลก
ข่าวเศรษฐกิจ
-
การให้เช่าและการขายอสังหาริมทรัพย์ใน สปป. ลาว โดยเฉพาะในนครหลวงเวียงจันทน์ซึ่งตั้งเป้าหมาย ผู้เช่าและผู้ซื้ออพาร์ทเม้นท์และคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ เผชิญกับความท้าทายหลายด้านเนื่องจาก ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19 -
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2564 นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว รายงานต่อที่ประชุมใหญ่ผู้แทน ทั่วประเทศ ครั้งที่ 11 ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวว่า รัฐบาล สปป. ลาวตั้งเป้าการเติบโตในภาคการเกษตร เฉลี่ยร้อยละ 2.5 คิดเป็นร้อยละ 15.3 ของ GDP ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ใน สปป. ลาวพึ่งพาเกษตรกรรมเพื่อการดำรงชีวิต และถือเป็นแหล่งรายได้หลักของประชากรลาว ในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ รัฐบาล สปป. ลาวจะส่งเสริมภาคการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชเชิงพาณิชย์ ให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้อย่างน้อย 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยตั้งเป้าหมาย ดังนี้ -
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาวได้ตรวจสอบ ประเมินผล และถอดบทเรียน <br />
เพื่อพัฒนางานภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาวให้ดียิ่งขึ้น ในปี 2563 การผลิตของภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาวมีมูลค่า 3,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 322 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา หรือร้อยละ 102 ของแผนประจำปี แบ่งเป็นมูลค่าการผลิตของภาคพลังงาน 2,227 <br />
ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา หรือร้อยละ 98 ของแผนประจำปี<br />
และเหมืองแร่ 1,172 ล้านดอลลาร์สหรัฐลดลงร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา หรือร้อยละ 113 <br />
ของแผนประจำปี <br />
-
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2564 นายเวียงสะหวัด สีพันดอน เลขาคณะบริหารงานพรรคกระทรวงโยธาธิการ และขนส่ง สปป. ลาว รายงานเกี่ยวกับการเชื่อมโยงด้านคมนาคมและขนส่ง และการพัฒนาศักยภาพในการขนส่ง สินค้าผ่านแดนต่อที่ประชุมใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศ ครั้งที่ 11 ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว โดยกล่าวว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กระทรวงโยธาฯ เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยเฉพาะการยกระดับ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่ง ดังนี้ -
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2564 นายทองลุน สีสุลิด กรรมการกรมการเมืองศูนย์กลางพรรคและนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว รายงานต่อที่ประชุมใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศ ครั้งที่ 11 ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวเกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) ดังนี้ -
ทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – วังเวียงโครงการระยะแรกของโครงการก่อสร้างทางด่วนลาว – จีน (นครหลวงเวียงจันทน์ – บ่อเต็น) ซึ่งเป็นโครงการลงทุนของกลุ่มบริษัท Yunnan Construction and Investment Holding และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2563 ซึ่งช่วยให้การเดินทางจากนครหลวงเวียงจันทน์ ถึงเมืองวังเวียงลดเวลาลงเหลือเพียงหนึ่งชั่วโมง (จากเดิมประมาณ 3 ชั่วโมง) และเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรในภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดเส้นทาง และเพิ่มความร่วมมือทางการค้าเชิงสังคม-เศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม -
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2564 ดร. บุนทอง จิดมะนี กรรมการกรมการเมืองศูนย์กลางพรรค คณะเลขาธิการศูนย์กลางพรรค รองนายกรัฐมนตรี ประธานตรวจตราศูนย์กลางพรรค องค์การต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวง ขั้นศูนย์กลางและหัวหน้าคณะชี้นำโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน เป็นประธานการประชุมรายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน โดยมี ดร. บุนจัน สินทะวง รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว และหัวหน้าคณะชี้นำโครงการก่อสร้างทางรถไฟ พร้อมด้วยภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม -
สปป. ลาวมีแผนส่งข้าวขัดสี 2,000 ตันไปยังจีนในเดือน ม.ค. 2564 หลังจากส่งไปแล้ว 19,000 ตัน โดยการส่งออกดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงโควต้าการส่งออกข้าว 50,000 ตัน ระหว่างรัฐบาลลาวกับจีน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาวระบุว่า จะส่งออกข้าวไปจีนมากขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้งหมดภายในปี 2564 อย่างไรก็ตาม การส่งออกข้าวไปจีนยังคงเป็นไปตามตามแผนที่วางไว้แม้จะเผชิญกับความท้าทาย จากการระบาดของโรคโควิด 19 -
โครงการก่อสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว หลังจากมีการลงนามข้อตกลงการก่อสร้างเมื่อปลายเดือน ธ.ค. 2563 โดยโครงการฯ มีมูลค่าการก่อสร้างรวมประมาณ 3.9 พันล้านบาท สปป. ลาวซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินกู้จากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจ กับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) จะรับผิดชอบ 1.38 พันล้านบาท ใช้เวลาสร้าง 36 เดือน -
ดร. สะถาบันดิด อินสีเชียงใหม่ รักษาการหัวหน้าสถาบันค้นคว้าเศรษฐกิจแห่งชาติ สปป. ลาว กล่าวว่า โครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน และทางด่วนเวียงจันทน์ – บ่อเต็น นับเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่ม<br />
หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล สปป. ลาวในการเปลี่ยนจากประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลให้สามารถเชื่อมโยงทางบกกับภูมิภาคได้ อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกรูปแบบเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงจำนวนหนึ่งและการสูญเสียผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ซึ่งเส้นทางรถไฟและทางด่วนอาจจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ สปป. ลาว และจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ประโยชน์จากทางรถไฟลาว – จีน และทางด่วนเวียงจันทน์ – บ่อเต็นมากที่สุด โดยสรุปประโยชน์ของเส้นทางดังกล่าวมีดังนี้ <br />
<br />
<br />
<br />
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
