ข่าวเศรษฐกิจทั่วโลก
ข่าวเศรษฐกิจ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
-
เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตีกระทรวงแผนการและ การลงทุน สปป. ลาว
<br />
ได้เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการเตรียมเปิดทางรถไฟลาว - จีน โดยในวันที่ 2 ธ.ค. 2564 จะเป็นพิธีทางศาสนา
<br />
หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะร่วมเดินทางไปกับรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์
<br />
<br />
นายโพไซ ไขคำพิทูน รองรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ปัจจุบัน การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
<br />
เสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดบางส่วน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ของฝ่ายลาวและบริษัททางรถไฟลาว - จีน จำกัด
<br />
จะเตรียมความพร้อมเพื่อให้แน่ใจว่างานทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ ก่อนพิธีเปิด รัฐบาล สปป. ลาวและจีนเห็นพ้องที่จะกำหนดให้วันที่
<br />
3 ธ.ค. 2564 เป็นพิธีเปิดทางรถไฟอย่างเป็นทางการ โดยนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ สปป. ลาวจะเข้าร่วมพิธีดังกล่าว
<br />
กระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาวจัดทำกำหนดการและเชิญคณะทูตานุทูตและองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมพิธีเปิด
<div>ซึ่งจะดำเนินการ ตามมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด 19 อย่างเข้มงวด นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแจ้ง
<br />
ค่าโดยสารและค่าขนส่งให้ประชาชนทราบก่อนพิธีเปิด รวมทั้งจะประสานงานกับหน่วยงานส่วนท้องถิ่นในแขวงที่ทางรถไฟ
<br />
ผ่านเพื่อออกมาตรการป้องกันการขโมยชิ้นส่วนทางรถไฟและสายไฟฟ้า
<br />
<br />
โครงการทางรถไฟลาว - จีน เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือน ธ.ค. 2559 มีระยะทาง 422.4 โดยคาดว่าจะสามารถ ลดต้นทุนการขนส่ง</div>
<div>ผ่านลาวได้ร้อยละ 30 - 40 เมื่อเทียบกับการขนส่งทางถนน
<br />
<br />
ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 16 พ.ค. 2564
<br />
<a href="https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_PM_to_224.php" >https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_PM_to_224.php</a>
<br />
<a href="https://www.facebook.com/watch/?v=421538502764424" >https://www.facebook.com/watch/?v=421538502764424</a></div>
-
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารทางด้านการค้าของ สปป. ลาว กรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรม <br />
และการค้า สปป. ลาว รายงานว่า เดือน ต.ค. 2564 สปป. ลาวมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าประมาณ <br />
819 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย มูลค่าการส่งออกประมาณ 387 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าการนำเข้าประมาณ 432 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย สปป. ลาว ขาดดุลการค้าประมาณ 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่า<br />
การนำเข้าและส่งออกดังกล่าวไม่รวมมูลค่าการส่งออกไฟฟ้า <br />
-
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2564 ดร. เพ็ด พมพิพัก รัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว และนายนี ยัวเฟิง รัฐมนตรีองค์การบริหารภาษีของจีน ร่วมลงนามอนุสัญญาเกี่ยวกับข้อกำหนดเงื่อนไขด้านสุขอนามัยพืช (SPS) สำหรับการส่งออกพืชตระกูลส้ม (ส้มเปลือกหนา ส้มโอ และเลมอน) ของ สปป. ลาวไปจีน โดยมีเจ้าหน้าที่จากภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน -
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2564 ดร. เพ็ด พมพิพัก รัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป. ลาว ได้ชี้แจง<br />
ต่อข้อซักถามของสมาชิกสภาแห่งชาติลาวเกี่ยวกับมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2564 <br />
และแผนพัฒนากสิกรรมและป่าไม้ ดังนี้<br />
-
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2564 ดร. บุนเหลือ สินไซวอระวง รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว และ<br />
นายสุพน จันทะวีไซ ผู้อำนวยการใหญ่กลุ่มบริษัท ลาว โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนาม MOU <br />
ว่าด้วยการพัฒนาการชำระภาษีอากร ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ M-Money และระบบโทรคมนาคมอื่น ๆ โดยมีนายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ศ.ดร. บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร สปป. ลาว และผู้บริหาร<br />
ของทั้งสองบริษัทร่วมเป็นสักขีพยาน<br />
-
แผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ปี 2564 - 2573 และแผนพัฒนาพลังงานและบ่อแร่ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) ของ สปป. ลาวเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2564 นายดาววง พอนแก้ว รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว ได้นำเสนอแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า ปี 2564 - 2573 และแผนพัฒนาพลังงานและบ่อแร่ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) ของ <br />
สปป. ลาว ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ดังนี้<br />
-
เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว ได้ชี้แจงต่อข้อซักถามของสมาชิกสภาแห่งชาติลาวเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาและข้อคงค้างในประเด็นการลงทุนของรัฐ ว่า ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ ส่งผลให้หลายโครงการของรัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามลำดับ เช่น การแต่งตั้งคณะเฉพาะกิจเพื่อตรวจสอบโครงการลงทุนของรัฐ โดยคณะเฉพาะกิจส่วนกลาง<br />
จะตรวจสอบโครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ 10,000 ล้านกีบขึ้นไป และคณะเฉพาะกิจส่วนท้องถิ่นจะตรวจสอบโครงการ<br />
ที่มีมูลค่าต่ำกว่า 10,000 ล้านกีบ ซึ่งได้เริ่มตรวจสอบตั้งแต่เดือน ส.ค. 2562 - เม.ย. 2564 แต่สถานการณ์โควิด 19 <br />
ทำให้การตรวจสอบมีความล่าช้าและได้ยุติการตรวจสอบชั่วคราว<br />
-
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและ<br />
การลงทุน สปป. ลาว ได้รายงานผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนงบประมาณแห่งรัฐ แผนการเงินในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 และแผนงานสำคัญในปลายปี 2564 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 <br />
ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า การระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อ <br />
สปป. ลาว โดยเฉพาะปัญหาด้านการคลัง การเงิน หนี้สาธารณะ ความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ และโรคระบาดในพืช<br />
และสัตว์ตามฤดูกาล ซึ่งล้วนแต่เป็นความท้าทายและแรงกดดันต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปี 2564<br />
-
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 นายสอนไซ สิดพะไซ ผู้ว่าธนาคารแห่ง สปป. ลาว รายงานผลการดำเนินแผนการเงิน ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 และแผนงานสำคัญในปลายปี 2564 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสมาชิก<br />
สภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า การดำเนินแผนการเงินในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 มีความท้าทายหลายด้านทั้งภายใน<br />
และภายนอก โดยเฉพาะการแข็งค่าของเงินตราต่างประเทศในสกุลเงินหลักและราคาทองคำ น้ำมันดิบ และอาหาร<br />
ในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ความต้องการเงินตราต่างประเทศเพื่อใช้ชำระคืนให้แก่ต่างประเทศอยู่ในระดับสูง ในขณะที่แหล่งรายได้ของ สปป. ลาวลดลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด 19 อย่างไรก็ตาม ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 สปป. ลาวได้ดุลการค้ากับต่างประเทศ แต่ยังขาดดุลบริการและดุลรายได้ปฐมภูมิกับต่างประเทศ ส่งผลให้มีกระแสเงินไหลออกสุทธิ (กระแสเงินไหลออกนอกประเทศมากกว่าไหลเข้าประเทศ) ประมาณ 303 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน <br />
-
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 นายบุนโจม อุบนปะเสิด รัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว ได้รายงานเกี่ยวกับ<br />
แผนงบประมาณแห่งรัฐปี 2564 และแนวทางแผนงบประมาณปี 2565 ต่อที่ประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติชุดที่ 9 ว่า ในปี 2565 สปป. ลาวคาดว่าจะมีรายได้ทั้งหมด 31.42 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 16 ของ GDP ประกอบด้วยรายได้ภายใน 28.96 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 15 ของ GDP เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับ<br />
ปีที่ผ่านมา รายได้จากการช่วยเหลือแบบให้เปล่า (ODA) มูลค่า 2.46 ล้านล้านกีบ คิดเป็นร้อยละ 1 ของ GDP <br />
และคาดว่าจะมีแหล่งรายได้ใหม่มูลค่า 3.75 ล้านล้านกีบ โดยมาจากการลงทุนของภาคเอกชนในการทดลองขุดเงิน<br />
คริปโต (Cryptocurrency) 2 ล้านล้านกีบ และคาดว่าจะมีรายจ่ายทั้งหมด 34.59 ล้านล้านกีบ ประกอบด้วยรายจ่ายโครงการลงทุนจากเงินกู้ยืมและเงินช่วยเหลือ 6.75 ล้านล้านกีบ เพิ่มขึ้น 3.011 ล้านล้านกีบ เมื่อเทียบกับปี 2564 <br />
คิดเป็นร้อยละ 18.14 ของ GDP <br />
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
