เมื่อเร็ว ๆ นี้ หลายมณฑลในจีน โดยเฉพาะมณฑลในพื้นที่ภาคตะวันออกของจีนได้พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 หลายราย และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่นี้แพร่กระจายไปถึงภาคเหนือของจีน โดยทางการจีนเผยพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ในกรุงปักกิ่งแล้ว 1 ราย เหตุการณ์ไข้หวัดนกที่เกิดขึ้นในจีนครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงให้กับธุรกิจสัตว์ปีกในจีน
ทางการจีนรายงานว่า เนื่องจากหลายพื้นที่ในจีนเกิดไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ทำให้ตลาดค้าขายสัตว์ปีกของจีนตกต่ำลงมาก โดยหลายพื้นที่ของจีนได้ยกเลิกการค้าขายสัตว์ปีก และผู้เลี้ยงสัตว์ปีกก็เริ่มทำการฆ่าทำลายสัตว์ปีกเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดเชื้อ สถิติจากสมาคมอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของจีนเผยว่า ตลาดค้าลูกไก่จีนเกิดความสูญเสีย 20-30 ล้านหยวนต่อวัน และตลาดค้าไก่เป็นสูญเสีย 100 ล้านหยวนขึ้นไปต่อวัน ทำให้ในช่วงระยะเวลา 1 สัปดาห์ เกิดความสูญเสียมากถึง 10,000 ล้านหยวน อีกทั้ง เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อและมณฑลที่เกิดไข้หวัดนกสายพันธุ์ใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ไข้หวัดนกครั้งนี้จะส่งผลกระทบให้แก่ธุรกิจอื่น ๆ ไปด้วย อาทิ ธุรกิจอาหาร การท่องเที่ยว สายการบิน และโลจิสติกส์
สถิติจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคระบาดแห่งชาติจีนชี้ว่า จนถึงวันที่ 14 เม.ย. 56 จีนมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 จำนวนทั้งสิ้น 60 ราย โดยในจำนวนนี้ มีผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว 13 ราย โดยผู้ติดเชื้อดังกล่าวนั้นเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในปักกิ่ง 1 ราย เซี่ยงไฮ้ 24 ราย (รวมถึงผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว 9 ราย) เจียงซู 16 ราย (รวมถึงผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว 1 ราย) เจ้อเจียง 15 ราย (รวมถึงผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว 2 ราย) อันฮุย 2 ราย (รวมถึงผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว 1 ราย) และเหอหนาน 2 ราย ปัจจุบัน ยังไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่า เชื้อสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีนขอแนะนำให้ประชาชนชาวไทยที่อยู่ในจีนทุกท่านให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกและนก โดยเฉพาะสัตว์ปีกและนกที่ตายไปแล้ว อีกทั้ง หากจำเป็นต้องรับประทานเนื้อสัตว์ปีกหรือไข่สัตว์ปีก ต้องปรุงให้สุกจึงรับประทานได้ นอกจากนี้ หากมีอาการเป็นไขหวัด โดยเฉพาะเคยมีการสัมผัสกับสัตว์ปีก ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=460&ELEMENT_ID=12556
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
