7 พ.ค. 56 (www.whatsonxiamen.com) – รายงานข่าวระบุว่า การค้าระหว่างเมืองเซี่ยเหมินและไต้หวันในไตรมาสแรกมีมูลค่ารวม 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 34.4 โดยแบ่งเป็นการนำเข้า 1,770 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.5 และการส่งออก 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.9
.jpg)
สำหรับประเภทสินค้าที่มีการเติบโตสูงขึ้นที่สุด คือ เครื่องจักรกล กล่าวคือ กว่าร้อยละ 79 ของมูลค่าการค้าทั้งหมดมาจากการซื้อขายเครื่องจักร โดยเซี่ยเหมินมีการนำเข้าเครื่องจักรจากไต้หวันเป็นมูลค่า 1,460 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50.4 และส่งออกเครื่องจักร 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในช่วงหลายปีที่ผ่าน ความสัมพันธ์ระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวันได้พัฒนาไปสู่ยุคแห่ง "ความร่วมมือ" โดยในระดับผู้นำจะเห็นได้จากการเยือนของ นายเหลียน จ้าน อดีตรอง ปธน. ไต้หวัน และหัวหน้ากิตติมศักดิ์พรรคก๊กมินตั๋ง ได้มาเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อพบผู้นำระดับสูงของจีน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในส่วนของความร่วมมือด้านการค้า ยังมีกรอบข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจีน - ไต้หวัน (Economic Cooperation Framework Agreement: ECFA) ที่ได้มีการลงนามตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2553 เพื่อมุ่งลดภาษีนำเข้าของทั้งสองฝ่าย โดยมีการแบ่งระยะการลดการจัดเก็บภาษีเป็นสามระยะ เริ่มตั้งแต่ปี 2554, 2555 และจนกระทั้งปี 2556 สินค้าบางประเภทได้ถูกลดภาษีให้เหลือร้อยละ 0 ส่งผลให้การค้าระหว่างจีนและไต้หวันเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “สินค้าเกษตร” โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ ศุลกากรเมือง เซี่ยเหมินได้ระบุว่า มีการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไต้หวันแล้ว 2,819.3 ตัน คิดเป็นมูลค่า 3.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 24 และ 48.5 ตามลำดับ โดยในจำนวนดังกล่าวได้ละเว้นภาษีนำเข้าได้ถึง 4.59 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 56.2
การลดภาษีขาเข้าระหว่างจีน - ไต้หวัน ดังกล่าวอาจกลายเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการไทยในบางรายการสินค้าที่มีความผูกพันระหว่างจีน - ไต้หวัน เพราะจะมีผลทำให้การแข่งขันทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในรายการสินค้าที่ไทยส่งออกไปจีนและไต้หวัน ทั้งจากที่ไทยต้องสูญเสียความได้เปรียบด้านภาษีขาเข้าที่เคยได้ในตลาดจีน ขณะที่ไต้หวันจะได้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากภาษีขาเข้าที่จะเริ่มลดลงเหลือร้อยละ 0 ในหลายรายการสินค้า เช่น กลุ่มเกษตร ปิโตรเคมี เครื่องจักรกล เป็นต้น นอกเหนือจากความได้เปรียบด้านต้นทุนการขนส่งในตลาดจีนที่ไต้หวันเหนือกว่าไทยอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี ข้อตกลงในกรอบ ECFA เป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนไทยในการเข้าไปลงทุนในจีนผ่านการจัดตั้งธุรกิจในไต้หวันก่อนเพื่อลดอุปสรรคด้านสัดส่วนผู้ถือหุ้นในธุรกิจจีนทีเปิดกว้างให้กิจการไต้หวันเข้าไปเป็นเจ้าของมากขึ้น
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=575&ELEMENT_ID=12617
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
