เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : ตลอดระยะ 4 ปีกว่าของการส่งเสริมให้วิสาหกิจใช้เงินหยวนเพื่อทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศในกว่างซีเริ่มเป็นผล สะท้อนจากจำนวนวิสาหกิจที่เปิดบัญชีธุรกรรมฯ เพิ่มขึ้นอย่างมาก
รัฐบาลกลางจีนมีนโยบายผลักดันการใช้ “เงินหยวน” เป็นสกุลเงินสำหรับทำการค้าระหว่างประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เงินหยวนของจีนมีความสำคัญในระบบเศรษฐกิจการเงินของโลก รวมถึงระบบการชำระหนี้การค้าระหว่างประเทศ และตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ
สำหรับเขตฯ กว่างซีจ้วง เริ่มต้นเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.51 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแห่งชาติจีน ได้กำหนดให้ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง (และมณฑลยูนนาน) เป็นจุดทดลองการชำระเงินด้วยสกุลเงินหยวนในการทำการค้าระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศอาเซียน
และต่อมาเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.53 ธนาคารประชาชนแห่งชาติจีน (People’s Bank of China, 中国人民银行) ได้ประกาศเพิ่มเติมให้กว่างซีเป็น 1 ใน 18 เขตการบริหารของจีนให้เป็น “จุดทดลองการชำระเงินด้วยสกุลหยวนในการทำการค้าระหว่างประเทศ” ชุดที่ 2 (ต่อจากนครเซี่ยงไฮ้ และอีก 4 เมืองสำคัญของมณฑลกวางตุ้ง)
ปัจจุบัน กว่างซีมีธนาคารที่เปิดให้บริการธุรกรรมดังกล่าว 15 ราย รวม 122 สาขา และมีการทำธุรกรรมกับ 62 ประเทศ (รวมถึงเขตปกครองพิเศษ) ทั่วโลก
ข้อมูลปี 55 พบว่า กว่างซีมีวิสาหกิจที่ใช้เงินหยวนชำระบัญชีการค้าต่างประเทศทั้งหมด 1,481 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 60 มีมูลค่าการทำธุรกรรมทั้งสิ้น 65,357 ล้านหยวน นำเป็นอันดับ 1 ของมณฑลทางภาคตะวันตก (ภาคตะวันตกมี 12 มณฑล) และมณฑลชายแดนจีน (มณฑลชายแดนจีนมี 8 มณฑล) คิดเป็นอัตราขยายตัวร้อยละ 85
เพื่อสนับสนุนให้วิสาหกิจใช้เงินหยวนในการทำการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น เมื่อเดือน มิ.ย.55 หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องของกว่างซี (ธนาคารประชาชนสาขาหนานหนิง กรมพาณิชย์ สำนักงานศุลกากร และสำนักงานกิจการภาษี) ได้ทำการคัดเลือกและให้สิทธิสำหรับวิสาหกิจนำเข้าส่งออกชั้นดีในการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศด้วยสกุลเงินหยวน โดยเฉพาะวิสาหกิจส่งออก
นอกจากนี้ ธนาคารประชาชนยังให้การแนะแนวสำหรับธนาคารพาณิชย์ในท้องที่เกี่ยวกับการพัฒนาสินค้าการเงินในส่วนของธุรกรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะบริการชำระบัญชีการค้าสำหรับวิสาหกิจต่างชาติที่เข้ามาลงทุนโดยตรง และวิสาหกิจกว่างซีที่พร้อมดำเนินตามนโยบาย “ก้าวออกไป”
อย่างไรก็ดี พบว่า ปัจจุบัน ธุรกรรมการเงินฯ ของกว่างซียังคงมี “เวียดนาม” เป็นตลาดสำคัญ เนื่องจากทำเลที่ตั้งและนโยบายการค้าชายแดนเป็นปัจจัยหลัก
ตามรายงาน รัฐบาลกลางได้ผ่อนคลายนโยบายเงินหยวนมากขึ้น กล่าวคือ เมื่อเดือน ก.พ.56 รัฐบาลกลางเปิดเสรีให้ทำธุรกรรมเงินหยวนในบัญชี “ส่วนบุคคล” กับไต้หวัน (ต้องชื่อบัญชีเดียวกัน)
นั่นหมายความว่า การชำระบัญชีเงินหยวนมีพัฒนาการจากบัญชีนิติบุคคล (วิสาหกิจ) สู่บัญชีส่วนตัวได้แล้ว
หลายฝ่าย เห็นว่า การเปิดให้ทำธุรกรรมฯ เงินหยวนกับพื้นที่นอกจีนแผ่นดินใหญ่ (ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน) ในครั้งนี้จะช่วยผลักยอดการชำระบัญชีด้วยสกุลเงินหยวนให้มีการขยายตัวมากขึ้น และเป็นแรงขับเคลื่อนให้เงินหยวนทวีความสำคัญมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก
BIC ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.54 ไทยและจีนมีการร่วมลงนามในข้อตกลงทวิภาคีเพื่อแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลหยวนและบาท ภายใต้วงเงิน 70,000 ล้านหยวน (ประมาณ 3.2 แสนล้านบาท) ในระยะเวลา 3 ปี
แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย แต่การดำเนินการดังกล่าวเป็นการเพิ่มทางเลือกของสกุลเงินสำหรับชำระธุรกรรมระหว่างประเทศให้ผู้ประกอบการไทย (ไม่ต้องผ่านเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ) ลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และลดต้นทุนค่าใช้จ่ายปลีกย่อยได้ไม่น้อย ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศไทย-จีน และสร้างความเชื่อมั่นในด้านสภาพคล่องเงินหยวนอีกด้วย
ข้อมูลเพิ่มเติม
เมื่อเดือน มิ.ย.54 มีการเปิดเคาท์เตอร์แลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศโดยตรงระหว่างเงินหยวนกับเงินดอง(เวียดนาม) จนถึงสิ้นปี 55 ธนาคารในกว่างซีมียอดการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างกันคิดเป็นมูลค่า 3,319 ล้านหยวน ในธุรกรรมประเภทเดียวกัน กว่างซีนำเป็นอันดับ 1 ของประเทศ
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=465&ELEMENT_ID=12681
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
