นโยบายอากรแสตมป์เบรคการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกง ในขณะที่ร้านค้าปลีกยังหลั่งไหล เข้ามาเปิดสาขาในฮ่องกงอย่างต่อเนื่อง

ฮ่องกงมีปริมาณการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารพาณิชย์ลดลงในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2556 โดยเป็นผลมาจากการชะลอการลงทุนของนักลงทุนระยะสั้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากนโยบายอากรแสตมป์[1]


Photo from SCMP


นาย Antonio Wu ตำแหน่ง Executive director แผนกบริการด้านการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย บริษัท Colliers International ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์ให้ความเห็นว่า ผู้ซื้อชะลอการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพราะคาดว่า ผู้ขายจะต้องลดราคาเสนอขายลงเพื่อชดเชยกับค่าอากรแสตมป์ที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ผู้ขายยังไม่ยอมปรับลดราคาเสนอขายมากนัก เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ในมือยังให้ค่าเช่าค่อนข้างสูง ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงซบเซาและมีกิจกรรมการซื้อ-ขายน้อยลง บริษัท Midland IC&I ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ปริมาณการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารอุตสาหกรรมและสำนักงานระหว่างเดือน ม.ค. - เม.ย. 2555 ลดลงเกือบครึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 โดยเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนระยะสั้นถอยออกจากตลาด เหลือเพียงผู้บริโภคและนักลงทุนระยะยาว นอกจากนี้ ตลาดการลงทุนของฮ่องกงยังคงไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มหันไปสนใจอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกาและยุโรปมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ฮ่องกงยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของร้านค้าปลีกแบรนด์ดังทั่วโลกในการเข้ามาขยายสาขา โดยผลการศึกษาจาก CBRE Global Research & Consulting พบว่า ในปี 2555 มีร้านค้าปลีกแบรนด์ดังจากทั่วโลกเข้ามาเปิดสาขาในฮ่องกงถึง 51 แบรนด์ สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตามมาด้วยสิงคโปร์ (27 แบรนด์) และกรุงโตเกียว (24 แบรนด์) โดยผู้ประกอบการมองว่า ฮ่องกงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการสร้าง Brand awareness ก่อนบุกเข้าตลาดจีน และการเข้ามาขยายสาขาร้านค้าในฮ่องกงยังได้ประโยชน์จากการเข้ามาจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวชาวจีนด้วย



Photo from SCMP


ผลการศึกษายังพบว่า ร้อยละ 25 ของร้านค้าปลีกแบรนด์ใหม่ที่เข้ามาเปิดสาขาในฮ่องกงเป็นร้านค้าสินค้าระดับหรู ในขณะที่สินค้าระดับกลาง (mid-range fashion) เริ่มมีการขยายตัวมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า พฤติกรรมการบริโภคของนักท่องเที่ยวชาวจีนเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่นิยมบริโภคเฉพาะสินค้าระดับหรู (top-tier luxury) เป็นการหันมาสนใจสินค้าระดับกลางมากขึ้น ซึ่งน่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมค้าปลีกของฮ่องกงต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้

 



[1]

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2556 รัฐบาลฮ่องกงประกาศนโยบายควบคุมราคาอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้ (1) เพิ่มอัตราอากรแสตมป์ (Ad valorem stamp duty-AVD) สำหรับการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทเป็น  2 เท่า (2) เรียกเก็บอากรแสตมป์สำหรับการซื้อ-ขาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย (non-residential properties) ทันทีหลังการลงนามในสัญญาซื้อ-ขาย จากเดิมที่เรียกเก็บเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้น เพื่อเป็นการป้องกันการเก็งกำไรของนักลงทุน โดยนโยบายดังกล่าวได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. 2556 เป็นต้นไป

21 พฤษภาคม 2556
แหล่งข้อมูล: SCMP(08/05/2013)
โดย: ศศิภา ฉั่น

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ