ทางการจีนปรับระเบียบการประมูล หวังปิดประตูการนำน้ำตาลต่างประเทศมาย้อมแมวเข้าคลังสำรองน้ำตาลของชาติ

เว็บไซต์ข่าวซินหัว-เขตฯ กว่างซีจ้วง : รัฐบาลกลางจีนเตรียมดำเนินมาตรการสำรองน้ำตาลภายในประเทศ รอบ 2 เพื่อคลายแรงกดดันจากราคาน้ำตาลในต่างประเทศที่มีต่อราคาน้ำตาลในประเทศ

คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (National Development and Reform Commission:NDRC, 国家发改委) เปิดเผยปริมาณสำรองไว้ที่ 3 แสนตัน ราคารับซื้อตันละ 6,100 หยวน (ราคารวมภาษีในนครหนานหนิง) โดยจะทำการซื้อขายในวันที่ 24 พฤษภาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 09:00 – 17:00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ในส่วนของน้ำตาลที่ยังไม่ได้ตกลงซื้อขายสำเร็จจะถูกสะสมไว้สำหรับการซื้อขายในรอบถัดไป

บุคคลในแวดวงธุรกิจน้ำตาล เห็นว่า การดำเนินมาตรการดังกล่าว นอกจากจะช่วยลดแรงกดดันจากน้ำตาลในต่างประเทศแล้ว ยังเป็นผลดีในแง่ของการคุ้มครองผู้ผลิตน้ำตาลภายในประเทศและการช่วยรักษาผลประโยชน์ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการดำเนินมาตรการสำรองน้ำตาลในครั้งนี้ต้องใช้คำว่า ชัดเจน และ รัดกุม มากยิ่งขึ้น กล่าวคือ (1) จะดำเนินการซื้อขายกับวิสาหกิจผู้ผลิตน้ำตาลโดยตรง และ (2) รับซื้อน้ำตาลทรายขายเฉพาะที่ผลิตภายในประเทศที่ผลิตหลังเดือนมกราคม 56

ความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นผลมาจากการประมูลซื้อขายน้ำตาลในครั้งก่อนผิดวัตถุประสงค์หลักที่ต้องการรักษาระดับราคาน้ำตาลภายในประเทศ เนื่องจากไม่มีการระบุคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูลอย่างชัดเจน ทำให้วิสาหกิจนำเข้าน้ำตาลและพ่อค้าคนกลางจำนวนมากยื่นซองเข้าร่วมประมูล

ท้ายที่สุดส่งผลให้มีน้ำตาลนำเข้าจากต่างประเทศไหลเข้าคลังแทนที่จะเป็นน้ำตาลที่ผลิตขึ้นในประเทศ ทำให้มาตรการดังกล่าวขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ชัดเจน

BIC
ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปีนี้ ทางการจีนวางแผนสำรองน้ำตาลเข้าคลังทั้งหมด 3 ล้านตัน โดยครั้งแรกดำเนินการไปเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.55 และ 22 ม.ค.56 ปริมาณรวมทั้งสิ้น 1.5 ล้านตัน

สำหรับสถานการณ์ผลิตน้ำตาลในเขตฯ กว่างซีจ้วง ในฐานะ ฐานการผลิตน้ำตาล ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ (สัดส่วนร้อยละ 60 ของทั้งประเทศ) นั้น ในฤดูหีบอ้อย ปี 55/56 มีโรงงานน้ำตาล 103 ราย ฤดูการผลิตยาว 202 วัน (เพิ่มจากฤดูกาลก่อน 18 วัน) เพิ่งจะสิ้นสุดฤดูหีบอ้อยไปเมื่อกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

เบื้องต้นคาดว่าจะมีผลผลิตน้ำตาลราวๆ 8 ล้านตัน (ข้อมูล ณ สิ้นเดือน เม.ย.ได้ผลผลิตน้ำตาลแล้ว 7.836 ล้านตัน) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.12 แสนตัน คิดเป็นอัตราส่วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7

สำหรับปริมาณการผลิตทั้งประเทศ คาดว่าจะอยู่ที่ 13 ถึง 13.3 ล้านตัน ขณะที่ปริมาณการบริโภคน้ำตาลจะเกินกว่า 13.5 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าปริมาณที่ผลิตได้ในประเทศ แสดงว่า จีนยังต้องพึ่งพาน้ำตาลนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อชดเชยส่วนขาดดังกล่าวอย่างแน่นอน

จึงกล่าวได้ว่า ช่วงระยะเวลาอันใกล้ จีนยังคงต้องเผชิญปัญหาเสถียรภาพของราคาน้ำตาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากราคาน้ำตาลในประเทศอยู่ในภาวะซบเซา มาตรการหรือนโยบายภาครัฐไร้ผลชัดเจน ผู้ผลิตในประเทศขาดทุนหนัก (ต้นทุนการผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น) รวมทั้งการป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้าน้ำตาลตามแนวตะเข็บชายแดนยังดำเนินการได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

แม้จะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย BIC ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการนำเข้าส่งออกน้ำตาลกับจีนอย่างรอบคอบ เนื่องจากน้ำตาลเป็นสินค้าอ่อนไหว จีนใช้ระบบโควต้าจำกัดการนำเข้า โดยภาษีนำเข้าน้ำตาลในโควต้าจัดเก็บในอัตราร้อยละ 15 (โควต้านำเข้า 1.945 ล้านตัน) และน้ำตาลนอกโควต้าจัดเก็บในอัตราร้อยละ 50

ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาด้วยว่าคู่ค้าของท่านมีโควค้านำเข้าน้ำตาลหรือไม่ ซึ่งผู้ที่ได้โควต้านำเข้าน้ำตาลส่วนใหญ่จะเป็นรัฐวิสาหกิจจีน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- คาดจีนยังต้องพึ่งน้ำตาลต่างประเทศ เหตจากต้นทุนการผลิตในประเทศพุ่ง (28 มีนาคม 2556)
- พาณิชย์จีนพร้อมอุ้มน้ำตาลจีน กว่างซีรับอานิสงส์ (8 มีนาคม 2556)
- ราคากลางราคารับซื้ออ้อยประจำฤดูกาล 55/56 ลดลงเล็กน้อย นักวิเคราะห์เชื่อจีนไม่นำเข้าน้ำตาลมากในปีนี้ (21 กุมภาพันธ์ 2556)

- อากาศหนาวทำพิษ!! ปริมาณการผลิตน้ำตาลกว่างซีร่วงลง 5% (16 มกราคม 2556)

23 พฤษภาคม 2556
แหล่งข้อมูล: เว็บไซต์ http://www.gx.xinhuanet.com (广西新华网) ประจำวันที่ 16 และ 21พฤษภาคม 2556
โดย: นายกฤษณะ สุกันตพงศ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ