บีโอไอจัดกิจกรรมสัมมนา “Thailand: Unparalleled Opportunities” ชักจูงนักลงทุน นครเทียนจินไปลงทุนในไทย
บีโอไอจัดกิจกรรมสัมมนา “Thailand: Unparalleled Opportunities” ชักจูงนักลงทุน นครเทียนจินไปลงทุนในไทย

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 56 สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนประจำกรุงปักกิ่ง (หรือ BOI) ได้จัดกิจกรรมสัมมนาภายใต้หัวข้อ “Thailand: Unparalleled Opportunities” ณ โรงแรม St.Regis นครเทียนจิน เพื่อแนะนำสภาพการลงทุนและนโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทย ตลอดจนชักชวนนักลงทุนนครเทียนไปลงทุนในไทย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของนครเทียนจินจำนวนกว่า 50 แห่งมาเข้าร่วมงานครั้งนี้

ภายในงาน นายวิบูลย์ คูลสกุล เอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่งได้เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยเน้นย้ำว่าปัจจุบันความสัมพันธ์ไทย – จีนถือได้ว่าอยู่ในช่วงที่ดีทีสุด ตลอดมาประเทศไทยมีความต่อเนื่องในนโยบายการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน ตลอดจนความได้เปรียบของไทยในการเป็นศูนย์กลางและประตูสู่อาเซียน พร้อมกันนั้นได้ชักชวนนักธุรกิจที่มาร่วมงาน “ก้าวออกไป”ลงทุนที่ไทย หลังจากนั้น เอกอัคราชทูตฯ ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนท้องถิ่น อาทิ Tianjin Today, Tianjin Daily, Holiday 100 และ China News Agency ซึ่งมีความสนใจในประเทศไทยอย่างมากในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ประชาชนจีนในขณะนี้

คุณจิตรา กุลวานิช ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลางของสำนักงานส่งเสริมการลงทุนประเทศไทย ได้บรรยายให้นักลงทุนจีนทราบถึงสภาพรวมและแนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศไทย นโยบายการส่งเสริมการลงทุน รวมถึงสิทธประโยชน์ที่จะได้รับ ตลอดจนโอกาสและลู่ทางการลงทุนในประเทศไทย โดยจากสถิติบีโอไอชี้ให้เห็นว่า ในช่วงปี 2549 - 2555 มีโครงการจากจีนที่ยื่นขอรับการส่งเสริมทั้งสิ้น 214 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์สรอ. หากแบ่งตามสาขาอุตสาหกรรมต่าง ๆ พบว่า ผลิตภัณฑ์โลหะและเครื่องจักร ผลิตภัณฑ์เกษตรและเกษตรแปรรูป รวมทั้งกระดาษและเคมีภัณฑ์เป็นอุตสาหกรรม 3 อันดับแรกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากนักลงทุนชาวจีน

นอกจากนี้ เป็นโอกาสเดียวกับที่คุณวิกรม กรมดิษฐ์และคณะคาราวาน ซึ่งได้เดินทางเก็บภาพและประสบการณ์ตั้งแต่กลางเดือน มี.ค ตามเส้นทางจากลาว เข้าคุณหมิง ผ่านเมืองต่างๆ ของจีน ผ่านไซบีเรีย แล้วจะกลับเข้าไทยในช่วงกลาง มิ.ย. 2556 ได้เดินทางไปถึงนครเทียนจิน จึงได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักลงทุนชาวจีน ถึงความเชื่อมโยง (Connectivity) ภายในอนุภูมิภาคและโอกาสในการแลกเปลี่ยนทั้งในเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลุงทุนจีนอย่างมาก
24 พฤษภาคม 2556
แหล่งข้อมูล: จากการเข้าร่วมสัมมนา “Thailand: Unparalleled Opportunities” เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 56
โดย: น.ส. ณิชกานต์ ฉิน

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ