เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : รัฐบาลเขตฯ กว่างซีจ้วงพร้อมบังคับใช้ “มาตรการว่าด้วยการประหยัดพลังงานแห่งชาติจีน” เพื่อให้การสนับสนุนธุรกิจที่เข้าข่ายประหยัดพลังงานรักษ์สิ่งแวดล้อม เริ่มกันยายนศกนี้
ประเด็นสำคัญของมาตรการดังกล่าว ได้แก่
หนึ่ง การตรวจสอบอนุมัติโครงการลงทุนใช้รายงานความเป็นไปได้ในการประหยัดพลังงานของโครงการลงทุนเป็นเกณฑ์วัด
สอง โครงการลงทุนที่เข้าข่ายอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนหรืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ใหม่จะได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุน สินเชื่อ การจัดเก็บภาษี
สาม โครงการลงทุนจะต้องผ่านเกณฑ์การประเมินจึงจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ หากดำเนินการโดยที่ยังไม่ผ่านการประเมินจะถูกสั่งหยุดการก่อสร้างหรือการผลิต หรือสั่งให้ปรับปรุงโครงการโดยกำหนดระยะเวลา
สี่ ให้การส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากพลังงานหมุนเวียนต่างๆ อาทิ บ่อก๊าซชีวภาพ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวภาพ พลังงานน้ำ พลังงานลม และพลังงานความร้อนใต้พิภพ
ห้า สนับสนุนการใช้วัสดุผนังชนิดใหม่ วัสดุก่อสร้างประหยัดพลังงาน อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน
BIC ขอให้ข้อมูลว่า ช่วง 2-3 ปีมานี้ จีนกำลังปลุกกระแสประหยัดพลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในประเทศ โดยเฉพาะการกำหนดนโยบายหรือมาตรการพิเศษเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับนักลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ และการตีกรอบข้อจำกัดเกี่ยวกับการลงทุนที่สิ้นเปลืองพลังงานหรือสร้างมลพิษสูง
ตัวอย่างเช่น เมื่อเร็วๆ นี้ ทางการจีนเพิ่งออก “ร่างกฎหมายภาษีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของสาธารณรัฐประชาชนจีน” เพื่อเก็บภาษีกับภาคธุรกิจที่มีการปล่อยมลพิษสูง
ร่างกฎหมายดังกล่าวมีการปรับเกณฑ์การจัดเก็บภาษีการปล่อยมลพิษให้สูงขึ้นและเพิ่มประเภทสารก่อมลพิษที่จะต้องถูกเรียกเก็บภาษีจาก 3 ประเภทเป็น 5 ประเภท
นอกจากนี้ ยังได้เริ่มการเก็บภาษีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ อาทิ ถ่านหิน น้ำมันดิบ น้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ทางการจีนได้ออกมาตรการจูงใจ โดยการลดหย่อนภาษีคาร์บอนให้แก่บริษัทที่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์หรือสามารถนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับมาใช้ใหม่ได้
จึงสรุปได้ว่า เทรนด์การลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่ได้ก้าวเข้าสู่ยุค “รักษ์สิ่งแวดล้อม” หรือพูดง่ายๆ คือ จีนปิดประตูตายสำหรับธุรกิจที่สร้างมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อม โดยการเดินหน้ากำจัดและจำกัดอุตสาหกรรมล้าสมัย และสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ใหม่
ดังนั้น นักลงทุนที่มีความสนใจจะประกอบธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่จะต้องติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับตัวให้ทันตามความเปลี่ยนแปลงอย่างทันถ่วงที
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=462&ELEMENT_ID=12751
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
