
เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท UPS หรือ United Parcel Service Inc ซึ่งเป็นบริษัททำธุรกิจด้านการจัดส่งพัสดุที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เปิดคลังเก็บสินค้าทางการแพทย์แห่งใหม่ที่นครหางโจว เมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียง โดยบริษัท UPS เปิดเผยว่า คลังเก็บสินค้าดังกล่าวนี้ได้สร้างขึ้นตามมาตรฐานด้านการจัดเก็บและขนส่งสินค้าทางการแพทย์ล่าสุดของจีน สามารถรักษาคุณภาพสินค้าให้คงเดิมอยู่ระหว่างการขนส่ง
เมื่อ 2-3 ปีนี้ ธุรกิจด้านการรักษาสุขภาพและบำรุงร่างกายของจีนพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว โดยในปี 2554 ประเทศจีนได้แซงหน้าเยอรมนีกลายเป็นตลาดการแพทย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และหลายฝ่ายให้การคาดการณ์ว่า จีนจะมีหวังแซงหน้าญี่ปุ่นกลายเป็นตลาดการแพทย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกได้ภายในปี 2558 การเจริญเติบโตอันรวดเร็วของตลาดการแพทย์จีนนี้ได้นำโอกาสทองมาสู่ธุรกิจขนส่งสินค้าทางการแพทย์ของจีน
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาธุรกิจการขนส่งสินค้าการแพทย์ของจีนยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ และการขนส่งสินค้าทางการแพย์มีมาตรฐานที่ไม่เหมือนสินค้าทั่วไป โดยจีนได้ออกกฎระเบียบกำกับดูแลการบริหารการจำหน่ายยาใหม่ ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมาไม่นานนี้ โดยกฎระเบียบข้างต้นนี้มีข้อระเบียบที่เข้มงวดยิ่งขึ้นในขั้นตอนการขนส่งสินค้าทางการแพทย์ ทำให้บริษัทโลจิสติกส์ที่ไม่ได้มาตรฐานจะต้องออกจากวงการธุรกิจนี้ ซึ่งจะเป็นข่าวดีสำหรับบริษัท UPS
นาย Jim Barber ประธานของบริษัท UPS กล่าวว่า ประเทศจีนเป็น 1 ในตลาดที่สำคัญที่สุดสำหรับบริษัท UPS ปัจจุบัน ความต้องการในธุรกิจด้านการรักษาสุขภาพและบำรุงร่างกายของจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก และธรุกิจ E-Commerce กำลังเป็นที่นิยมในจีน เชื่อว่า ใน 5 ปีข้างหน้า จีนจะมีการซื้อขายสินค้าทางการแพทย์ออนไลน์พุ่งขึ้น ซึ่งจะนำมาความสำเร็จให้กับธุรกิจขนส่งสินค้าการแพทย์ในจีน ถึงแม้ว่าปัจจุบัน รัฐวิสาหกิจมีส่วนแบ่งตลาดมากพอสมควร แต่ชื่อว่าในอนาคต โอกาสของบริษัทเอกชนและบริษัทต่างชาติจะเปิดกว้าง สำหรับประเทศไทยเองก็มีศักยภาพในสาขานี้ ทั้งการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์การแพทย์ น้ำยาเคมี ตลอดจนถึง ธุรกิจด้านสุขภาพ สปา โรงพยาบาล นักธุรกิจที่สนใจอาจแสวงหาความร่วมมือในสาขากับจีนต่อไป
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=460&ELEMENT_ID=12760
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
