
เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 56 คณะรัฐมนตรีจีนได้อนุมัติ แผนพัฒนาเครือข่ายถนนแห่งชาติ 2556 – 2573 ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมการพัฒนาและการปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) และกระทรวงคมนาคมจีน โดยแผนพัฒนาฯ ระบุว่า ในระยะเวลา 10 กว่าปีข้างหน้า จีนจะมีการลงทุน 4.7 ล้านล้านหยวนในการก่อสร้างเครือข่ายถนนให้สมบูรณ์ รวมระยะทางทั้งหมด 4 แสนกิโลเมตร ซึ่งคาดว่าแผนพัฒนาฯ จะเป็นแรงกระตุ้นให้เศรษฐกิจจีนเติบโตอีกรอบหนึ่ง
การปรับปรุงแผนพัฒนาถนนครั้งนี้เป็นเพราะว่า แผนปัจจุบันไม่สามารถตอบสนองความต้องการในระยะยาวของจีนได้ นายหวง หมิง อธิบดี กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน NDRC แนะนำว่า ปัจจุบันจำนวนรถยนต์ของจีนบนท้องถนนสูงถึง 110 ล้านคัน คิดเป็นเป็น 60 เท่าของจำนวนรถยนต์ในปี 2524 และคาดว่าความต้องการทางคมนาคมจะเพิ่มขึ้นอีก 3 – 4 เท่าภายในปี 2573 นอกจากนี้ ภาระการขนส่งของถนนจีนสูงถึง 3.7 เท่าของสหรัฐอเมริกา
นายไต้ ตงชาง หัวหน้าการวางแผน กระทรวงคมนาคมจีน แนะนำว่า ตามแผนพัฒนาฉบับใหม่ เครือข่ายถนนจีนจะมีความยาวทั้งหมด 4.01 แสนกิโลเมตรประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1) เพิ่มถนนระดับธรรมดาจากแผนเดิม 1.06 แสนกิโลเมตรเป็น 2.65 แสนกิโลเมตร 2) เพิ่มทางด่วนระดับชาติจาก 8.5 หมื่นกิโลเมตรเป็น 1.18 แสนกิโลเมตร ซึ่งหลังจากสร้างเครือข่ายถนนเสร็จสมบูรณ์ ถนนระดับธรรมดาสามารถไปถึงทุกอำเภอ (ทั้งหมดราว 2,800 อำเภอ) ของจีน และมีทางด่วนระดับชาติเชื่อมโยงทุกเมืองที่มีประชากร 2 แสนคนขึ้นไป นอกจากนี้ ตามแผนพัฒนาฯ เมืองหลวงต่างๆ ที่ระยะห่างกันภายใน 1,000 กิโลเมตร สามารถขับรถไปถึงภายในวันเดียว
ในด้านการให้บริการ ถนนระดับธรรมดาจะเน้นการให้บริการที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะที่ทางด่วนระดับชาติจะเน้นการให้บริการที่สะดวกและเร็วกว่าโดยมีการเก็บค่าผ่านทางด่วน และในอนาคตถนนที่เก็บค่าผ่านทางจะลดเหลือเพียงร้อยละ 3 แต่แน่นอนว่าจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง ถนนธรรมดากับทางด่วนไปถึงได้ทั้งคู่ คนขับสามารถเลือกใช้บริการตามความต้องการได้
สำหรับปริมาณการลงทุน 4.7 ล้านล้านหยวนนั้น ส่วนการปรับปรุงสร้างถนนระดับธรรมดาอยู่ที่ 2.2 ล้านล้านหยวนโดยใช้เงินทุนจากการคลังจีนเป็นหลัก อีก 2.5 ล้านล้านหยวนเป็นเงินทุนที่จะลงในการสร้างทางด่วนระดับชาติ ซึ่งการจัดหาเงินทุนทางด่วนมีหลากหลายรูปแบบ และจีนก็ส่งเสริมทุนภาคเอกชนเข้าร่วมการก่อสร้างด้วย ข้อมูลสถิติชี้ว่า การสร้างทางด่วนทุก 1,000 กิโลเมตร จะมีการใช้วัสดุเหล็กกล้า 1 ล้านตัน ซีเมนต์ 9 ล้านตัน และยางมะตอย 8 แสนตัน ตลอดจนสร้างตำแหน่งงาน 1.3 ล้านตำแหน่ง ซึ่งตลาดค่าว่า การปรับแผนพัฒนาฯ ครั้งนี้ จะเป็นแรงกระตุ้นอีกรอบหนึ่งสำหรับธุรกิจวัสดุการก่อสร้าง ปิโตรเคมี เครื่องจักร รถยนต์ การขนส่ง การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจไทยที่เกี่ยวข้องก็ไม่ควรพลาดโอกาสครั้งนี้นะครับ
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=502&ELEMENT_ID=12812
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
