
จีนจะเริ่มใช้กฎหมายว่าด้วยสัญญาจ้างแรงงานฉบับใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 56 เป็นต้นไป โดยกฎหมายฉบับใหม่นี้กำหนดอย่างชัดเจนว่า ลูกจ้างชั่วคราวมีสิทธิรับค่าแรงงานที่เท่ากับลูกจ้างถาวรในตำแหน่งงานลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้ ยังได้มอบอำนาจให้หน่วยงานแรงงานและสวัสดิการของรัฐบาลในการให้ใบอนุญาตกับบริษัทที่ประสงค์จะประกอบกิจการให้บริการจ้างเหมาแรงงาน (Outsource) อีกด้วย
ตั้งแต่จีนเริ่มใช้กฎหมายว่าด้วยสัญญาจ้างแรงงานเมื่อปี 2551 เป็นต้นมา ก็ได้ประสบปัญหาหลายอย่างในด้านการจ้างแรงงานชั่วคราว อย่างเช่น คุณสมบัติของบริษัทให้บริการจ้างเหมาแรงงานไม่ได้มาตรฐาน หน่วยงานว่าจ้างลูกจ้างชั่วคราวใช้งานลูกจ้างนอกขอบข่ายหน้าที่ที่ตกลงกันไว้ ไม่มีการลงนามสัญญาว่าจ้างและไม่ได้จ่ายค่าประกันสังคมให้แก่ลูกจ้างชั่วคราวตามที่กฎหมายกำหนด และปัญหาค่าจ้างไม่เท่าเทียมกันระหว่างลูกจ้างชั่วคราวและลูกจ้างถาวร ทั้ง ๆ ที่ทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดียวกัน
กฎหมายว่าด้วยสัญญาว่าจ้างแรงงานฉบับใหม่กำหนดว่า การที่จะประกอบกิจการให้บริการจ้างเหมาแรงงานนั้น ต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานด้านการบริหารแรงงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาล หลังจากได้รับใบอนุญาตแล้ว จึงจะไปดำเนินการจดทะเบียนบริษัทได้ ขณะเดียวกัน จีนได้ปรับเพิ่มทุนจดทะเบียนขั้นต่ำของบริษัทประเภทดังกล่าวจากเดิม 5 แสนหยวนเป็น 2 ล้านหยวน อีกทั้ง มีข้อระเบียบควบคุมจำนวนลูกจ้างชั่วคราวของบริษัทว่าจ้างไม่เกินอัตราส่วนที่กำหนดไว้
ที่สำคัญคือ นโยบายใหม่ได้กำหนดว่า ลูกจ้างชั่วคราวมีสิทธิได้ค่าจ้างที่เท่ากับลูกจ้างถาวรที่ทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดียวกัน ในกรณีที่หน่วยงานรับจ้างไม่มีตำแหน่งลูกจ้างถาวรที่ทำงานในลักษณะเดียวกันหรือคล้ายกันกับตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราวนั้น ในการจัดแบ่งค่าแรงงานของลูกจ้างชั่วคราวต้องพิจารณาตามค่าแรงงานตำแหน่งเดียวกันหรือตำแหน่งคล้ายกันกับลูกจ้างถาวรของท้องถิ่นนั้น ๆ
ปัจจุบัน ต้นทุนแรงงานในจีนมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกวัน บริษัทหลายแห่งต้องอาศัยแรงงานชั่วคราวในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากมีต้นทุนแรงงานที่ต่ำกว่าลูกจ้างถาวร ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจไทยที่มีการว่าจ้างลูกจ้างชั่วคราวหรือมีแผนจ้างลูกจ้างชั่วคราวในอนาคต ก็ควรตระหนักถึงกฎหมายว่าด้วยสัญญาแรงงานฉบับใหม่ดังกล่าวด้วยนะคะ
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=460&ELEMENT_ID=12828
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
