
ตัวเลขสถิติจากสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีนชี้ว่า เดือน ม.ค. 56 – เม.ย. 56 จีนมีการนำเข้ายางพาราธรรมชาติ 8.6 แสนตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.7 เทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าทั้งสิ้น 2,454 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.9 ส่วนเดือน เม.ย. 56 ที่ผ่านมาจีนมีการนำเข้ายางพาราธรรมชาติ 2.3 แสนตัน เติบโตร้อยละ 35.29 ซึ่งมีมูลค่า 653 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 3.77 เทียบกับเดือน มี.ค. 56
สำหรับยางสังเคราะห์ 4 เดือนแรกปีนี้จีนมีการนำเข้าถึง 5.24 แสนตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.6 และมีมูลค่าทั้งสิ้น 1,580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 9.5 ส่วนปริมาณการนำเข้าในเดือน เม.ย. 56 อยู่ที่ 1.3 แสนตัน และมีมูลค่าทั้งสิ้น 402 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 9.67 เทียบกับเดือน มี.ค. 56
นักวิเคราะห์เห็นว่า ราคายางพารานำเข้าของจีนลดลงในช่วงนี้ เป็นผลจากอุปสงค์ทั่วโลกลดลง อาทิ ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นปัจจัยกำหนดระดับอุปสงค์ยางพาราธรรมชาติที่สำคัญ หดตัวในไตรมาสแรกปีนี้ ส่งผลให้ความต้องการยางพาราธรรมชาติชะลอตัวอย่างมาก นอกจากนี้ ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์โดยสารในยุโรปก็ลดลงติดกันเป็นเดือนที่ 18 ซึ่งกระทบอุปสงค์ของยางพาราธรรมชาติทั่วโลกเหมือนกัน
สำหรับแนวโน้มของราคายางพาราธรรมชาตินำเข้าในอนาคต นักวิเคราะห์เห็นว่า เนื่องจากปัจจุบันเขตผลิตยางพาราของจีนอย่างมณฑลยูนนาน และมณฑลไห่หนานเริ่มเปิดกรีดแล้ว ยางใหม่จะออกสู่ตลาดพร้อมกัน บวกกับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 56 เป็นต้นไป ไทยจะมีการส่งยางใหม่สู่ตลาดเดือนละราว 3 แสนตัน ตลอดจนมาเลเซียกับเวียดนามจะมีการส่งยางใหม่สู่ตลาดเดือนละมากกว่า 7 หมื่นตัน ซึ่งหากอุปสงค์ไม่เพิ่มขึ้น การฟื้นตัวของราคายางพาราจะเป็นไปได้ยาก
อย่างไรก็ตาม จีนเป็นประเทศที่มีการผลิตยางรถยนต์มากที่สุดในโลก ทำให้มีความจำเป็นในการใช้ยางพาราเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตยางรถยนต์ในปริมาณที่สูงมากที่สุดในโลกเช่นกัน ซึ่งในปี 2555 ที่ผ่านมา ไทยมีส่วนแบ่งในตลาดยางพาราธรรมชาติของจีนร้อยละ 50 ของการนำเข้าทั้งหมด โดยสามารถส่งออกไปยังจีนประมาณราว 1.1 ล้านตัน และหลังจากสมาคมอุตสาหกรรมยาพาราแห่งชาติจีนสาขายางรถยนต์ทำการสำรวจบริษัทยางรถยนต์หลัก 43 แห่งในจีน พบว่า แนวโน้มและสิ่งแวดล้อมในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางรถยนต์ของจีนอยู่ในสภาพค่อนข้างดี ปริมาณการผลิตและการจำหน่ายมีมากขึ้น และสามารถสร้างกำไรมากขึ้น ทั้งนี้ การพัฒนาของอุตสาหกรรมยางรถยนต์จีน จะทำให้อุปสงค์ยางพาราเพิ่มมากขึ้นไปด้วย ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำหรับยาพาราไทยในการขยายส่วนแบ่งตลาดของจีนเหมือนกัน
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=455&ELEMENT_ID=12829
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
