กระแสเรื่องความปลอดภัยของอาหารเป็นประเด็นฮอทที่ผู้บริโภคจีนกำลังสนใจมาก หลังจากที่มีข่าวแพร่สะพัดอย่างต่อเนื่องทั้งเรื่องไข่ปลอม ข้าวสารปลอม เนื้อสัตว์ปลอม หรือสิ่งเจือปนในอาหารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย จนทำให้ผู้บริโภคจีนหวาดผวาและหันมาสนใจสินค้าอาหารนำเข้าจากต่างประเทศแทน ซึ่งทางการเซี่ยงไฮ้เริ่มกังวลว่าอาหารจากต่างชาติอาจไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป หลังจากที่ได้ตรวจพบว่ามีสารปนเปื้อนเช่นกัน

เซี่ยงไฮ้เปิด “ไฟแดง”.. ชี้แจงผู้บริโภคระวังอาหารนำเข้ามีปัญหา
ข้อมูลจากสำนักงานตรวจสอบคุณภาพ ควบคุม และกันกันโรคประจำท่าอากาศยานนครเซี่ยงไฮ้พบว่า เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา ด่านสนามบินนครเซี่ยงไฮ้เพียงแห่งเดียวก็มีการตรวจพบสินค้าอาหารนำเข้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานสูงถึงร้อยละ 16 ของปริมาณอาหารนำเข้าทั้งหมด ซึ่งได้นำสินค้าดังกล่าวส่งกลับหรือทำลายทิ้งรวมทั้งสิ้นกว่า 130 ตัน คิดเป็นมูลค่าสินค้ารวมมากกว่า 780,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยปัญหาที่ตรวจพบ ได้แก่ การใช้สารเคมีไม่ได้เป็นไปตามกฎระเบียบที่กำหนด การชี้แจงรายละเอียดส่วนประกอบทางโภชนาการไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด สารเคมีการเกษตรตกค้างเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน อายุการเก็บรักษาไม่ถูกต้อง เป็นต้น
นายจิน อี้หมิน(金亦民)ผู้อำนวยงานสำนักงานฯ ชี้แจงว่า สินค้าอาหารที่ผ่านเข้ามาตามช่องทางระบบการค้าที่ถูกต้องยังตรวจพบปัญหามากถึงขนาดนี้ ดังนั้น หากเป็นสินค้าอาหารที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพตามระบบการค้าอย่างเป็นทางการแล้ว ก็อาจจะพบปัญหาคุณภาพมากกว่าก็เป็นได้ จึงได้ย้ำเตือนให้ผู้บริโภคเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ปัจจุบัน การนำเข้าสินค้าโดยไม่ผ่านช่องทางระบบการค้าที่ถูกต้องในจีน สามารถแบ่งได้ 3 ลักษณะ คือ
1) ผู้โดยสารถือสินค้าติดตัวเข้ามา ซึ่งมักจะเป็นการนำสินค้าที่จีนห้ามนำเข้าหรือมีข้อกำหนดนำเข้าพกติดตัวเข้ามาในจีน โดยต้องการหลบเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบ ผู้กระทำดังกล่าวส่วนใหญ่ต้องการได้รับผลกำไรจากส่วนต่างในเรื่องของภาษีนำเข้า (หากนำเข้าตามช่องทางการค้าที่ถูกต้อง อาจต้องเสียภาษีนำเข้าค่อนข้างสูง) หรือได้รับผลตอบแทนจากการช่วยนำเข้ามาให้กับผู้ว่าจ้าง
2) ผ่านตัวแทนช่วยซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นวิธีการใช้ผู้ซื้อในต่างประเทศช่วยซื้อสินค้าตามที่ผู้บริโภคต้องการ จากนั้นจะส่งเข้าจีนด้วยวิธีการส่งทางไปรษณีย์หรือนำติดตัวเข้ามาเอง แล้วอาศัยช่องทางร้านค้าออนไลน์ขายต่อสินค้าไปให้ผู้ซื้อ
3) ซื้อตรงจากเว็บไซต์ต่างประเทศ คือ การที่ผู้บริโภคสั่งซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ของต่างประเทศโดยตรง และใช้บริการบริษัทโลจิสติกส์ช่วยขนส่งสินค้ากลับมายังจีน ซึ่งเป็นกระแสที่ผู้บริโภคจีนเริ่มนิยมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของจีนระบุว่า ปี 2554 มีกลุ่มผู้บริโภคจีนที่สั่งซื้อสินค้าตรงจากเว็บไซต์ต่างประเทศมากถึงประมาณ 18 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการชำระเงินผ่านระบบออนไลน์รวม 2,700 ดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อถึงปี 2555 ตลาดการซื้อขายปลีกสินค้าผ่านเว็บไซต์ต่างประเทศขยายตัวขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 1 เท่าตัว โดย 1 ใน 4 ของการซื้อสินค้าทั้งหมดเป็นหมวดอาหารนำเข้า
ที่มาภาพ http://www.cfs.gov.hk
เฮี้ยบใช่เล่น เน้นไม่เบา!! อาหารนำเข้าจีนเอาจริงเรื่อง “คุณภาพ”
ช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ผู้บริโภคจีนมีกระแสต่อต้านสินค้าอาหารที่ผลิตในจีนเนื่องจากปัญหาเรื่องคุณภาพ และเริ่มหันมาสนใจผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศแทน ทางการจีนจึงได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสินค้าอาหารในท้องตลาดมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคุมเข้มคุณภาพอาหารนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในจีน
ปัจจุบัน จีนกำหนดกฎระเบียบสำหรับการนำเข้าสินค้าอาหารจากต่างประเทศไว้ค่อนข้างเข้มงวด ทั้งในเรื่องวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของอาหาร เรื่องฉลากบรรจุภัณฑ์ เรื่องศัตรูพืช/วัชพืชที่ปะปนมากับสินค้าสด เป็นต้น โดยการนำเข้าอาหารสู่จีนจำเป็นจะจัดเตรียมตัวสินค้าให้ได้ตามมาตรการที่กำหนดโดยสำนักงานควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบและกักกันโรคแห่งประเทศจีน (AQSIQ) เช่น มาตรการความปลอดภัยของอาหาร มาตรการสุขอนามัยพืชและสัตว์ ฯลฯ โดยผู้ประกอบการไทยที่สนใจส่งออกสินค้าอาหารสู่จีนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการนำเข้าสินค้าอาหารของจีนได้ที่เว็บไซต์ http://english.aqsiq.gov.cn ของสำนักงาน AQSIQ หรือเว็บไซต์ www.dft.go.th ของสำนักมาตรการทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ไทย
นอกจากมาตรการคุมเข้มข้างต้นแล้ว ปัจจุบันจีนยังจับตาดูการนำเข้าสินค้าโดยไม่ผ่านช่องทางระบบการค้าที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งหากตรวจพบผู้นำเอาสิ่งของที่จีนสั่งห้ามนำเข้าติดตัวเข้าเขตแดนจีน นอกจากจะถูกยึดสิ่งของดังกล่าวแล้ว ยังอาจมีโทษถูกปรับสูงสุดถึง 5,000 หยวนตามข้อกำหนดมาตรการตรวจสอบและควบคุมพืชและสัตว์ที่นำเข้า-ส่งออกอาณาเขตจีน
CIQ เซี่ยงไฮ้บอกผ่าน.. ผลิตภัณฑ์อาหารไทยเข้าด่านไปได้สวย
จากข้อมูลการหารือแลกเปลี่ยนทัศนะระหว่างเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศจีน กงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ และอธิบดีสำนักงานควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบและกักกันโรค (CIQ) นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาพบว่า การนำเข้าสินค้าเกษตรไทยสู่เซี่ยงไฮ้ค่อนข้างราบรื่น และเมื่อปี 2555 เซี่ยงไฮ้นำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยคิดเป็นมูลค่า 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นการนำเข้าสินค้าอาหารแปรูปมากที่สุด ซึ่งแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำผลไม้ ผลิตภัณฑ์ประเภทลูกกวาด และข้าวสาร
ทั้งนี้ สินค้าไทยที่นำเข้า ณ ด่านเซี่ยงไฮ้ถูกตรวจพบปัญหาในสัดส่วนที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเปรีบเทียบกับปริมาณและมูลค่าของสินค้า โดยปัญหาที่ตรวจพบ ได้แก่ (1) พบสารตกค้างเกินมาตรฐาน เช่น ลำไยอบแห้งมีค่ากำมะถัน (Sulfur Dioxide) เกินกำหนด และ (2) ฉลากบรรจุภัณฑ์และเครื่องหมายรองรับยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
อย่างไรก็ดี แม้ว่าการส่งสินค้าเกษตรไทยเข้าเซี่ยงไฮ้จะมีปัญหาน้อย แต่ผู้ส่งออกไทยก็อย่าเพิ่งชะล่าใจ เพราะทางการจีนมักจะเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบอยู่สม่ำเสมอ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ของแต่ละพื้นที่จะตีความกฎระเบียบจากส่วนกลางตามดุลพินิจของตนเอง ซึ่งอาจส่งผลให้การนำเข้าสินค้าจากไทยในอนาคตมีอุปสรรคก็เป็นได้ ดังนั้น ผู้ส่งออกไทยจึงควรติดตามข่าวสารกฎระเบียบใหม่ๆ ของจีนอย่างต่อเนื่อง
ลิงค์ข่าว / บทความที่เกี่ยวข้องในเว็บไซต์ BIC
1) ระเบียบใหม่ทางการจีน ห้ามนำรังนกและยาที่ทำจากสัตว์ติดตัวเข้าประเทศ
2) ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2555 จีนเข้มห้ามนำผลไม้ ผัก และสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมเข้าประเทศ
3) ผู้ประกอบการส่งออกเนื้อสัตว์ต้องรู้ จีนเข้มงวดขึ้นกับประเทศกลุ่มเสี่ยง ตรุษจีนทำลายเนื้อนำเข้าปนเปื้อนแล้วหลายล็อต
4) How to export to China? มารู้จักขั้นตอนส่งออกสินค้าไปจีนกันเถอะ!! (ตอนที่ 1 : ศึกษากฎระเบียบจีน)
-----------------------------------------
จัดทำโดย นายโอภาส เหลืองดาวเรือง ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้
ข้อมูลอางอิง : นสพ. Jiefang Daily(解放日报)ฉบับวันที่ 27 มิ.ย. 2556 หัวข้อ“去年仅在空港口岸就检出16%的食品不合格,这还是走正常贸易渠道入境的”
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=455&ELEMENT_ID=12838
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
