"ภาษีศูนย์" บีบอุตสาหกรรมการผลิตผลไม้กว่างซีต้อง "รุก รับ และปรับตัว"
"ภาษีศูนย์" บีบอุตสาหกรรมการผลิตผลไม้กว่างซีต้อง "รุก รับ และปรับตัว"

หนังสือพิมพ์กว่างซี เดลี่ : ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เขตฯ กว่างซีจ้วง พยายามปรับโครงสร้างการผลิตผลไม้ของตนเอง เพื่อลดผลกระทบจากการดำเนินข้อตกลง ภาษีศูนย์ ภายใต้กรอบ FTA ระหว่างจีน-อาเซียน

จีน-ไทย เริ่มลดภาษีระหว่างกันในกลุ่มสินค้าเกษตรพิกัด 07-08 (ผัก และผลไม้) ภายใต้กรอบ Early Harvest จีน-อาเซียน เหลือร้อยละ ศูนย์ ล่วงหน้า 3 เดือน (เริ่ม 1 ตุลาคม 2546) ก่อนที่กรอบข้อตกลงกรอบใหญ่ (จีนกับสมาชิกเดิม 6 ประเทศ) จะดำเนินการลดภาษีระหว่างกันในวันที่ 1 มกราคม 2547

การดำเนินนโยบายดังกล่าวสร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมผลไม้ในเขตฯ กว่างซีจ้วงไม่น้อย กว่างซีจึงจำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างการผลิตในมณฑลใหม่ โดยลดพื้นที่การปลูกผลไม้เมืองร้อนและหันมาสนับสนุนการผลิตผลไม้เขตกึ่งร้อนทดแทน

ตามรายงาน หลังจากที่จีน-ไทย ดำเนินนโยบาย ภาษีศูนย์ได้สร้างความเสียหายให้กับการปลูกผลไม้เมืองร้อนในกว่างซี เช่น ลำใย ลิ้นจี่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายมากกว่า 600 ล้านหยวน

ความได้เปรียบด้านคุณภาพ ราคา และรสชาติของผลไม้ชนิดเดียวกันจากอาเซียน ส่งผลให้กว่างซีจำต้องลดพื้นที่การปลูกลง โดยเมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน พบว่า พื้นที่ปลูกลำไย ลิ้นจี่ในกว่างซีลดลงมากกว่า 1 ล้านหมู่จีน (ราว  4.16 แสนไร่)

กว่างซีได้ปรับตัวและเบนเข็มไปปลูกผลไม้ประเภทอื่น โดยเฉพาะผลไม้เขตกึ่งร้อน เช่น ส้มชนิดต่างๆ ลูกพลับ กล้วยหอม องุ่น กีวี ฯลฯ เพื่อลดผลกระทบและสร้างแรงแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมผลไม้ของตนเอง

ปัจจุบัน กว่างซีก้าวขึ้นมาเป็นมณฑลที่มีศักยภาพการผลิตผลไม้รายใหญ่อันดับ 5 ของจีน โดยผลไม้หลายชนิดมีปริมาณการผลิตมากเป็นอันดับหนึ่งของจีน โดยเฉพาะผลไม้ตระกูลส้ม และลูกพลับ

จากข้อมูลปี 55 กว่างซีมีพื้นที่ปลูกผลไม้ 14.96 ล้านหมู่จีน (ราว 6.23 ล้านไร่) ปริมาณผลผลิต 10.31 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าการผลิต 25,200 ล้านหยวน (คิดเป็นสัดส่วนเกินกว่าร้อยละ 10 มูลค่าการผลิตภาคการเพาะปลูกของกว่างซี)

BIC
ตั้งข้อสังเกตว่า กว่างซีไม่ได้ละทิ้งการปลูกผลไม้เมืองร้อนแต่อย่างใด แม้ว่าจะมีการลดพื้นที่การปลูกลง แต่ในขณะเดียวกันกว่างซีได้มุ่งมั่นด้านการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ผลไม้เขตร้อนให้ได้คุณภาพทัดเทียมผลไม้จากอาเซียน

อีกทั้ง ยังมีการขยายพื้นที่การปลูกผลไม้บางชนิดที่ยังมีช่องว่างทางการตลาด เพื่อแข่งขันกับประเทศสมาชิกอาเซียน เช่น แก้วมังกร ชมพู่ และมะม่วง

ดังนั้น อุตสาหกรรมผลไม้ไทยไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะเมื่อใดที่กว่างซี (จีน) สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมผลไม้ของตนเองจนมีคุณภาพเทียบชั้นของไทยแล้ว ตลาดส่งออกของไทยคงได้รับผลกระทบไม่น้อยเช่นกัน

 

5 กรกฎาคม 2556
แหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์กว่างซี เดลี่ (广西日报) (28/06/2013)
โดย: นายกฤษณะ สุกันตพงศ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ