สิงคโปร์เปิดบริการชำระเงินหยวน ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการซื้อขายเงินหยวนของอาเซียน
สิงคโปร์เปิดบริการชำระเงินหยวน ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการซื้อขายเงินหยวนของอาเซียน

ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางการเงินแห่งหนึ่งของโลก สิงคโปร์ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางการค้าขายเงินหยวนของภูมิภาคอาเซียน โดยอาศัยความได้เปรียบในด้านทำเลที่ตั้งที่สามารถเชื่อมโยงเอเชียตะวันออก อาเซียน ตะวันออกกลาง และยุโรป นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังมีความได้เปรียบจากการที่ประชากรร้อยละ 75 มีเชื้อสายจีน รวมทั้งมีระบบการเงินพื้นฐานที่สมบูรณ์ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการซื้อขายเงินหยวน

ช่วงหลายปีมานี้ การค้าจีน-อาเซียนได้เติบโตอย่างพุ่งกระฉูด โดยยอดรวมมูลค่าการค้าเติบโตจาก 22,000 ล้านดอลลาร์ สรอ.ในปี 2545 เป็น 195,800 ล้านดอลลาร์ สรอ.ในปี 2555 และมีธุรกรรมเงินหยวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในเดือนตุลาคม ปี 2555 สิงคโปร์ได้อนุมัติให้ธนาคารแห่งชาติจีน (BOC) และธนาคารอุตสาหกรรมและธุรกิจจีน (ICBC) ดำเนินธุรกิจแบบครบวรจรในพื้นที่ โดยสามารถเปิดสาขาที่สิงคโปร์มากที่สุดถึง 25 สาขา หลังจากนั้น ในวันที่ 7 มีนาคม 2556 ธนาคากลางแห่งประชาชนจีน (PBOC) และธนาคารกลางแห่งประเทศสิงคโปร์ (MAS) ได้ลงนามในข้อตกลงการแลกเปลี่ยนสกุลเงินหยวน-เงินดอลลาร์สิงคโปร์ โดยเพิ่มยอดรวมการแลกเปลี่ยนสกุลเงินจาก 150,000 ล้านหยวน / 30,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เป็น 300,000 ล้านหยวน / 60,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ล่าสุดในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี้ ธนาคาร ICBC ได้เริ่มเปิดให้บริการการชำระเงินหยวน (Yuan-Clearing Service) ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นมาตรการของสิงคโปร์ที่ดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการซื้อขายเงินหยวนในภูมิภาคอาเซียน

ปัจจุบัน สิงคโปร์เป็นประเทศเดียว (นอกจากจีน) ที่มีธนาคารดำเนินธุรกรรมการชำระเงินหยวน ซึ่งทำให้สิงคโปร์มีความได้เปรียบจากการที่มีส่วนแบ่งเงินหยวนที่มากกว่าในตลาดเมื่อเปรียบเทียบกับศูนย์กลางการเงินแห่งอื่นของโลก อาทิ ลอนดอน หรือ ซิดนีย์ เป็นต้น

การแข่งขันระหว่างฮ่องกงและสิงคโปร์มีมาโดยตลอด โดยฮ่องกงได้เปิดให้บริการชำระเงินหยวนตั้งแต่ปี 2547 นักวิจัยเห็นว่า ในฐานะที่เป็นเขตบริหารพิเศษของจีน PBOC จะถือฮ่องกงเป็นแหล่งสำคัญมากที่สุดโดยสิงคโปร์ไม่น่าจะสามารถแซงหน้าฮ่องกงในการเป็นศูนย์กลางพื้นฐานการซื้อขายเงินหยวนได้ นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังมีปัญหาจากการมีเงินหยวนสำรองที่น้อยมาก ซึ่งสิงคโปร์มีเงินหยวนสำรองเพียง 60,000 ล้านหยวนเมื่อเทียบกับฮ่องกงที่มี 700,000 ล้านหยวน ความท้าทายอีกข้อหนึ่งสำหรับสิงคโปร์คือ ในช่วงหลายปีมานี้ ต่างกับเงินดอลลาร์ฮ่องกง เงินดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในสิงคโปร์แรงจูงใจในการถือสินทรัพย์ในรูปเงินหยวนมีน้อยกว่าที่ฮ่องกง นอกจากนั้น ในอนาคต ฮ่องกงคงยังมีความสำคัญพิเศษในธุรกิจการซื้อขายเงินหยวนเนื่องจาก PBOC จะทำการทดลองการให้อิสระแก่เงินหยวนมากขึ้นที่ฮ่องกงอย่างต่อเนื่อง แต่สิงคโปร์ก็คงจะไม่ละทิ้งความพยายามโดยแสดงบทบาทสำคัญต่างๆ ในการส่งเสริมความเป็นสากลของเงินหยวน โดยอาศัยความได้เปรียบต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว เชื่อว่าสิงคโปร์จะดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้ตลาดอาเซียนมีการชำระด้วยเงินหยวนมากขึ้นอย่างแน่นอน

8 กรกฎาคม 2556
แหล่งข้อมูล: www.chinadaily.com.cn(05/07/2013)
โดย: น.ส. บุษกร หลี่

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ