OTOP ยูไนเต็ดลุยตลาดอินเดีย

ภาพประกอบจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติOTOP ภาคใต้ 14 จังหวัด พร้อมด้วยจังหวัดเชียงใหม่ เชียงรายและแม่ฮ่องสอนร่วมใจเปิดตลาดอินเดียในงาน Thailand Trade Show ที่เมืองเจนไนกลางเดือนสิงหาคมนี้ คาดทำยอดขายทะลุเป้า


งาน Thailand Trade Show ที่เมืองเจนไนจัดโดยกรมส่งเสริมการส่งออก ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม 2554   เป็นงานที่ได้รับความนิยมชาวอินเดียอย่างมาก โดยในปีที่ผ่านมามีผู้เข้าชมงาน 1.5 แสนคน สำหรับในปี 2554 นี้มีผู้ประกอบการไทยร่วมงานกว่า 300 ราย และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานราว 2 แสนคน การเข้าร่วมงานของคณะ OTOP ไทยครั้งนี้ นับเป็นปรากฎการณ์ครั้งแรกในการโกอินเตอร์ชุดใหญ่ ทั้งนี้ สินค้าที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ ยางพารา ไม้ยางพารา เฟอร์นิเจอร์น๊อกดาวน์ ของตกแต่งบ้าน ปุ๋ย ผลิตภัณฑ์สปา การท่องเที่ยว ผลไม้แปรรูป น้ำผลไม้ และเสื้อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น


ภาพประกอบจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติดร. ไพศาล มะระพฤกษ์วรรณ ผอ. สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ณ เมืองเจนไนกล่าวว่า “งาน Thailand Trade Show” เป็นงานที่ชาวอินเดียตั้งตารอคอยกันมากที่สุด โดยมีผู้สนใจสอบถามผ่านเว็บไซต์ http://www.thailandtradeshow2011.webs.com/ กันคับคั่งก่อนหน้างานหลายเดือน ทั้งนี้เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาก นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้นำทีมนำร่องไปเปิดตลาดยางพารา และเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพารา ที่เมืองเจนไนประสบความสำเร็จทำยอดขายทะลุเป้าถล่มทลาย จึงคาดว่างาน Thailand Trade Show ปีนี้จะสามารถสร้างยอดขายได้ทะลุเป้าเช่นกัน”


สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ณ เมืองเจนไน

10 สิงหาคม 2554

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

10 สิงหาคม 2554
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ