ยกทัพเอสเอ็มอีไทยไป Thailand Trade Show คาดชาวอินเดียไม่ต่ำกว่าแสนมาร่วมงาน

งวดเข้ามาทุกที กับงานแสดงสินค้า Thailand Trade Show 2011 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ Chennai Trade Center ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม โดยในปีนี้ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กจากประเทศไทยจำนวน 53 บริษัท ต่างยกขบวนมาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทแฟชั่น เครื่องประดับ อาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้าและสิ่งทอ ของขวัญและของตกแต่ง รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมความงามและสินค้าเครื่องใช้ในบ้านและครัว


ในครั้งนี้น่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนคน คาดเงินสะพัดเนื่องจากเดือนสิงหาคมเป็นช่วงเดือน อาดี (Aadi) ซึ่งตามประเพณี ชาวทมิฬนาฑู (ประชากรส่วนใหญ่่ทางใต้ของอินเดีย) นิยมจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าต่างๆ


งานแสดงสินค้า Thailand Trade Show 2011 ครั้งนี้ นอกจากจะมีการจับคู่เจรจาทางธุรกิจระหว่างบริษัทของไทยและอินเดียในเมืองเจนไนแล้ว ยังมีการออกร้านขายสินค้าไทยด้วย รวมทั้งการแสดงทางวัฒนธรรม เช่น รำไทย การสาธิตการทำอาหารไทย การนวดไทย การวาดร่ม การทำนายโชคชะตา การจัดดอกไม้ และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่นการจัดงานแต่งงาน ที่พิเศษไปกว่านั้น คือการนำคณะนาฎศิลป์ไทยจำนวน 10 คน จากมหาวิทยาลัยราชภัฎพิษณุโลกไปร่วมแสดงที่หอประชุม Anna Centenary Library ซึ่งสามารถจุผู้ชมได้กว่า 1,200 คน และเป็นหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย


ประเทศไทยโดยกระทรวงพาณิชย์และการสนับสนุนโดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน ได้เล็งเห็นศักยภาพและความสำคัญของตลาดอินเดียตอนใต้ โดยในอาณาเขตที่สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไนดูแล ประกอบด้วย รัฐทมิฬนาฑู รัฐการณฏกะ รัฐอานธรประเทศ และรัฐเกรละ มีประชากรรวมกันประมาณ 250 ล้านคน เป็นรัฐที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจดี มีการลงทุนจากต่างประเทศสูง ประชากรมีการศึกษาอยู่ในระดับดีมาก จึงเป็นตลาดที่ไทยมีศักยภาพและโอกาสที่จะขยายเป็นตลาดสำคัญต่อไปในอนาคต

 

แม้ว่าปีนี้โควต้าสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจนำสินค้าออกแสดงในงานนี้จะเต็มแล้ว แต่งานอื่นๆ ยังมีอีกต่อเนื่องตลอดทั้งปี โปรดติดตามความเคลื่อนไหวได้บน www.thaiindia.net


สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน

9 สิงหาคม 2554

9 สิงหาคม 2554
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ