เก็บตก ยกสองกับ Thailand Trade Fair ณ 3 เมืองใหญ่ในอินเดีย

เป็นที่ยินดีกันถ้วนหน้าทั้งผู้เข้าชมงาน ผู้แสดงสินค้าไทย นักธุรกิจชาวอินเดีย และภาครัฐของไทย กับงาน Thailand Trade Fair ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องกัน ณ 3 เมืองใหญ่ในประเทศอินเดีย ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีเงินสะพัดทั้งสามงานรวมกันราว 2.19 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมยอดสั่งสินค้าล่วงหน้ามูลค่ารวมราว 7.67 ล้านเหรียญสหรัฐ


เริ่มต้นที่บังคาลอร์ เมืองเศรษฐกิจ ศูนย์กลางไอทีและการผลิตของประเทศอินเดีย ผู้แสดงสินค้าไทยรวม 56 ราย ยกพลไปร่วมแสดงสินค้า และจับคู่ธุรกิจการค้าระหว่างวันที่ 11-14 สิงหาคม เก็บกระเป๋ากลับบ้านพร้อมยอดขายมูลค่ารวม 450,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมยอดสั่งซื้อล่วงหน้าหนึ่งปีมูลค่ารวม 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐ


ตามมาด้วยงานแสดงสินค้าที่เมืองเจนไน ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการผลิตอีกแห่งทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม ผู้แสดงสินค้าไทยรวม 80 ราย กลับบ้านพร้อมยอดจำหน่ายสินค้ามูลค่าราว 444,000 เหรียญสหรัฐ และยอดสั่งซื้อล่วงหน้าหนึ่งปีมูลค่ารวมราว 1.77 ล้านเหรียญสหรัฐ


ปิดฉากที่งานแสดงสินค้าที่มุมไบ ศูนย์กลางบอลลิวูดและ Wall Street ของอินเดีย ระหว่างวันที่ 19-21 สิงหาคม ผู้แสดงสินค้าไทย 68 รายตีตั๋วกลับบ้านแบบไม่น้อยหน้าไปกว่าใครด้วยยอดจำหน่ายสินค้ารวมราว 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ และยอดสั่งซื้อล่วงหน้าหนึ่งปีมูลค่ารวมราว 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐ


สุทธิชาติ นิลคูหา

ผู้ช่วยผู้อำนวยการ

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

สินค้าไทยสุดฮอต ขายเกลี้ยงที่งาน Thailand Trade Show กงสุลใหญ่เจนไนลั่นพร้อมจัดทุกปี ส่งสัญญาณปีหน้ายิ่งใหญ่กว่าเดิม


เก็บตกขอบเวที: ศึกมวยไทยพลังโรตี ที่ Thailand Trade Show เจนไน



พาณิชย์ชักธงรบในเจนไน การค้าไทย-อินเดียมีลุ้นทะลุเป้าหมื่นล้าน



Thailand Trade Fair 2011 ที่มุมไบ ประเดิมวันแรกสุดคึก


14 กันยายน 2554
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ