รัฐทมิฬนาฑูชูแผนพัฒนาอุตสาหกรรม ยาหอมเชิญชวนภาคเอกชนร่วมลงทุน

รัฐทมิฬนาฑู นำโดยมุขมนตรีของรัฐ นางสาวจายาลลิตา ชูแผน 5 ปีพัฒนาอุตสาหกรรม ตั้งเป้าอัตราการเจริญเติบโตทางการเกษตรจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ในขณะที่อัตราการเจริญเติบโตทางอุตสาหกรรมของรัฐฯ จะเพิ่มเป็นเลข 2 หลัก หลังจากที่เคยประสบผลสำเร็จมาแล้วในช่วงที่นางสาวจายาลลิตา เคยดำรงตำแหน่งมุขมนตรีของรัฐฯ (ปี 2534-2539 และ 2544-2549)


นางสาวจายาลลิตากล่าวสุนทรพจน์ในงานสัมมนา ณ เมืองเจนไน เผยนโยบายจะช่วยแก้ไขปัญหาและอุปสรรคสำคัญของการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมภายในรัฐอันได้แก่ การขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า

 

ทั้งนี้ในด้านพลังงานไฟฟ้า รัฐทมิฬนาฑูจะมีการเพิ่มกำลังผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อตอบสนองต่อความต้องการการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยภายในปี 2555 กำลังผลิตไฟฟ้าในรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นอีก 4,640 เมกกะวัตต์ และภายในอีก 5 ปี กำลังผลิตไฟฟ้าของรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นอีก 23,140 เมกกะวัตต์ จากปัจจุบันกำลังการผลิตไฟฟ้าภายในรัฐที่มีอยู่เพียง 10,237 เมกกะวัตต์ โดยกระแสไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นนี้ 15,140 เมกกะวัตต์ จะมาจากพลังงานความร้อน (thermal energy) ที่เหลือ 5,000 เมกกะวัตต์ จะมาจากพลังงานลม (wind energy) และ 3,000 เมกกะวัตต์ จะมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ (solar power)


พร้อมกันนี้ นางสาวจายาลลิตายังได้เชิญชวนให้มีการลงทุนโดยเฉพาะจากภาคเอกชนเพื่อร่วมพัฒนาปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของรัฐฯ ให้ได้มาตรฐาน อันได้แก่ การสร้างถนน สถานีผลิตพลังงาน ท่าเรือและท่าอากาศยาน ซึ่งทั้งหมดเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาทางเศรษฐกิจของรัฐ


นอกจากนี้ยังได้ตั้งเป้านำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร


รัฐทมิฬนาฑู เป็นรัฐที่มีศักยภาพและความพร้อมในการเป็นฐานอุตสาหกรรมที่สำคัญของอินเดีย ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเกษตรแปรรู สิ่งทอ เครื่องหนัง เภสัชกรรมและเคมีภัณฑ์


ชาญชัย จรัญวัฒนากิจ

กงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน

9 กันยายน 2554
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ