สถาบันความงามอินเดียจีบมิสทีนบุกตลาดขายตรงเครื่องสำอาง

สืบเนื่องจากงาน Thailand Trade Show 2011 ที่เมืองเจนไน ในช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เครื่องสำอางไทยเดินหน้ากรุยทางเข้าตลาดอินเดีย พร้อมปูพรมทั่วประเทศภายใน 1 ปี

ภายในการดังกล่าว ได้มีสถาบันความงามชั้นนำของอินเดียบริษัท Pivot Point (อินเดีย) สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายมิสทีนเพื่อเปิดตลาดขายตรงทั่วประเทศอินเดีย นอกจากมิสทีนแล้ว ยังมีเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สปาไทยยี่ห้อดังได้พร้อมใจกันไปเปิดตลาดอินเดียด้วย เช่น ดร. สมชาย , BSC,  Naturerich, ISME จันทร์ส่วง , ดร. กัญชร และ Medicos การได้ความสนใจจากผู้นำเข้าอินเดียเช่นกัน

อุตสาหกรรมเครื่องสำอางอินเดียมีมูลค่าสูงถึง 3.566 แสนล้านรูปี ( ประมาณ 2.3 แสนล้านบาท)  เติบโตสูงปีละ 17% สาเหตุที่มีการเติบโตสูงเนื่องจากคนอินเดียมีรายได้สูงขึ้น ประกอบกับผู้หญิงอินเดียเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้นโดยเฉพาะในอุตสาหกรรม IT ทำให้มีรายได้เป็นของตัวเอง และสามารถจับจ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยได้มากขึ้น  เครื่องสำอางกลุ่มบำรุงผิวหน้า โดยเฉพาะครีม Whitening เป็นสินค้ามาแรงมากในตลาดอินเดีย สำหรับช่องทางการกระจายสินค้าจะเป็นร้านเสริมสวยและห้างสรรพสินค้าชั้นนำของอินเดียเป็นหลัก ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดเครื่องสำอางเริ่มรุนแรงมากขึ้น และเริ่มจับตลาดชนบทมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม


ดร.ไพศาล มะระพฤกษ์วรรณ

ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเท

ณ เมืองเจนไน

29 สิงหาคม 2554
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ