พาณิชย์ชักธงรบในเจนไน การค้าไทย-อินเดียมีลุ้นทะลุเป้าหมื่นล้าน

การจับคู่ธุรกิจ (business to business) ในงาน Thailand Trade Show 2011 ที่เมืองเจนในปิดฉากลงแล้วด้วยความสง่างาม เพิ่มมูลค่าการค้านับพันล้านบาท

รายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ณ เมืองเจนไน แจ้งว่า คณะนักธุรกิจไทยกว่า 20 บริษัทจากเหนือสุดจรดใต้ของไทยได้เดินทางไปจับคู่ธุรกิจกับพ่อค้าชาวอินเดีย นำโดยนางสาวลีนา พงษ์พฤกษา รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย บริษัทอินเดียกว่า 100 บริษัทต่างแย่งกันเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าและบริการของไทยกันล้นหลาม คาดว่าการค้าไทย-อินเดียอาจทะลุเป้า 1 หมื่นล้านภายในปีนี้

ดร. ไพศาล มะระพฤกษ์วรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ณ เมืองเจนไนกล่าวว่า การเปิดตลาดอินเดียในครั้งนี้ เป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับการส่งออกไทย เนื่องจากสินค้าไทยหลายตัวยังไม่เคยเข้าตลาดมาก่อน แต่ได้รับการตอบรับดีอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น ปุ๋ย เครื่องประดับมุก เครื่องประดับหินทราย เครื่องครัวเมลามีน  ผลไม้ไทย เครื่องสำอางสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เหล็ก ยา เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ปรุงรส อาหารเพื่อสุขภาพ คอมพิวเตอร์ การต่อเรือ และโรงแรมจังหวัดตรัง ผู้ประกอบการไทยต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าตลาดอินเดียดีเกินความคาดหมาย

 

สำหรับนางสาวลีนา พงษ์พฤกษา รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การพาณิชย์กล่าวว่า ผลจากการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจครั้งนี้ จะได้นำไปประมวลเพื่อกำหนดเป็นยุทธศาสตร์การส่งออกกับประเทศอินเดียต่อไป

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ณ เมืองเจนไน

25 สิงหาคม 2554
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ