Srei Infrastructure Finance แย้ม อยากได้บริษัทไทยมาร่วมพัฒนาโครงการท่าอากาศยานและท่าเรือ

บริษัท Srei Infrastructure Finance ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินและพัฒนาโครงการการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานชั้นนำของอินเดีย กำลังมองหาบริษัทก่อสร้างไทยเพื่อร่วมงานหลังได้สัมปทานโครงการพัฒนาท่าอากาศยานที่สิกขิมและท่าเรือ 2 แห่งในรัฐมหาราษฎระ นาย Dhruv Bhalla รองประธานกรรมการฝ่ายกลยุทธ์และการวางแผนของบริษัทกล่าวในการหารือกับสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ เมืองมุมไบ


บริษัทต้องการหาบริษัทเอกชนไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมการก่อสร้างมาร่วมเป็นหุ้นส่วนในการดำเนินโครงการข้างต้นเป็นการเร่งด่วน และโครงการอื่นๆ ของบริษัทในอนาคต ในชั้นนี้มีความประสงค์ที่จะเชิญบริษัทท่าอากาศยานไทยมาร่วมพัฒนาโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานที่สิกขิม และประสงค์จะเชิญบริษัทเอกชนไทยในสาขาการก่อสร้างมาร่วมพัฒนาโครงการสร้างท่าเรือในรัฐมหาราษฎระและโครงการอื่นๆ อีกหลายโครงการ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership-PPPX ทั้งนี้บริษัทเอกชนไทยรายใดสนใจร่วมธุรกิจกับบริษัทสามารถติดต่อได้ที่ [email protected] (www.srei.com)


บริษัท Srei Infrastructure Finance ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2532 ให้บริการด้านการเงินแก่โครงการลงทุนด้านระบบสาธารณูปโภคต่างๆ และเป็นผู้ดำเนินโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Bombay Stock Exchange มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการให้บริการด้านการเงิน การให้คำปรึกษาและพัฒนาโครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคต่างๆ อาทิ โครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ เหมืองแร่ น้ำมัน และก๊าซ รถไฟ โรงไฟฟ้า และอื่นๆ โดยบริษัทมีทุนกว่า 7 พันล้านรูปี และมีโครงการร่วมลงทุนกับบริษัทในเครือของ BNP Paribas ของฝรั่งเศสในลักษณะให้บริการด้านการเงินเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ การเกษตรและเทคโนโลยีสารสนเทศ ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองกัลกัตตา และมีสำนักงานสาขากว่า 63 แห่ง ทั่วอินเดีย รวมทั้งที่เมืองมุมไบ โดยมีสำนักงานสาขาในต่างประเทศตั้งอยู่ที่รัสเซียและมีความร่วมมือกับบริษัทพารากอนของไทย


บัญชา ยืนยงจงเจริญ

สถานกงสุล ณ เมืองมุมไบ

6 ตุลาคม 2554
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ