รัฐบาลไทยสมทบหนึ่งแสนเหรียญร่วมฟื้นมหาวิทยาลัยนาลันทา

 

รัฐบาลไทยเตรียมให้การสนับสนุนโครงการฟื้นฟูมหาวิทยาลัยนาลันทาเป็นจำนวนเงิน 100,000 เหรียญ พร้อมดึงภาคเอกชนไทยสมทบ


ล่าสุดเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยนายชัยพร มณฑา กรรมการผู้จัดการบริษัท Charoen Pokphand (India) Private Limited เป็นตัวแทนมอบเงินสมทบจำนวน 5,000 เหรียญ


มหาวิทยาลัยนาลันทาเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลก ก่อตั้งขึ้นราว ค.ศ. 300 เคยเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้มากว่า 700 ปี ก่อนจะถูกกองทัพเติร์กทำลายลงอย่างราบคาบในปี ค.ศ.1193 จากนั้นถูกทิ้งให้กลายเป็นซากปรักหักพังมานานกว่า 800 ในยุคที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด มหาวิทยาลัยนาลันทามีอาจารย์ราว 2,000 คน และนักศึกษาราว 10,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระ


ทางการอินเดียได้ผ่านกฎหมายฟื้นฟูอดีตสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นความภาคภูมิของอินเดีย พร้อมขอแรงสนับสนุนจากประเทศต่างๆ ในการร่วมฟื้นฟูมหาวิทยาลัยนาลันทา ความพยายามในการฟื้นฟูดังกล่าวเป็นหนึ่งในนโยบาย “India looks East” ของอินเดีย โดยปัจจุบันมีประเทศที่แสดงความจำนงค์ร่วมสมทบในการฟื้นฟูคือ จีน อินเดีย ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และลาว


ตามข้อตกลงปัจจุบัน ประเทศที่มียอดบริจาคสูงที่สุด 5 ประเทศแรก จะได้รับตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยนาลันทา ซึ่งจะมีวาระ 3 ปี และตามแผนงานที่วางไว้ 2 คณะแรกที่มหาวิทยาลัยนาลันทาจะเปิดสอนคือ คณะประวัติศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม/นิเวศวิทยา คาดว่าจะเริ่มเปิดสอนได้อย่างเร็วที่สุดในปี 2556 หรือ 2557 นี้


นาลันทาเคยเป็นศูนย์กลางการศึกษาพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน และเพราะความที่มีกิตติศัพท์เลื่องชื่อมาก จึงมีนักศึกษาเดินทางมาจากต่างประเทศหลายแห่ง เช่น จีน ญี่ปุ่น เอเซียกลาง สุมาตรา ชวา ทิเบต และมองโกเลีย เป็นต้น หอสมุดของนาลันทาใหญ่โตมากและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก


ปิยรัตน์ เศรษฐศิริไพบูลย์

1 กุมภาพันธ์ 2555
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ