ทีมประเทศไทยในเมืองเจนไน ร่วมมือจัดงานส่งเสริมการค้าและความนิยมไทยในอินเดียใต้

เมื่อวันที่ 5-8 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจนไน ได้เป็นโต้โผจัดงานแสดงสินค้า Thailand Trade Show 2012 ณ  Chennai Trade Centre เมืองเจนไน โดยมีผู้ประกอบการจากประเทศไทยเข้าร่วมการแสดงสินค้า ทั้งสิ้น 87 บริษัท


ในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2555 นายชาญชัย จรัญวัฒนากิจ กงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน ได้เป็นประธานพิธีและกล่าวถึงประวัติความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ของทั้งสองประเทศ ว่าประชาชนสองฝ่ายต่างมีขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ศาสนาที่คล้ายคลึงกัน โดยไทยได้มองอินเดียว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีความก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และอินเดียมีบทบาทสำคัญต่อประชาคมโลก การที่นายกรัฐมนตรีของไทยได้รับเชิญเป็นแขกเกียรติยศมาร่วมงานสถาปนาเอกราชของอินเดียเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2555 เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น กงสุลใหญ่ฯ ได้แสดงความยินดีและหวังว่า งานแสดงสินค้าไทยครั้งนี้ อาจเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับอินเดีย

ภายหลังพิธีเปิด กงสุลใหญ่ฯ ได้ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ของเมืองเจนไนเกี่ยวกับการจัดงาน Thailand Trade Show 2012 และโอกาสการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับอินเดียตอนใต้


งานแสดงสินค้า Thailand Trade Show 2012 ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 9 ติดต่อกันแล้ว ในงานมีการออกร้านขายสินค้าไทยจากผู้ประกอบการจากประเทศไทย จำนวน 87 ราย (96 คูหา)  เข้าร่วมการแสดงสินค้า โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มสินค้าเครื่องมือ เครื่องจักรกล การเกษตร จำนวน 1 ราย กลุ่มสินค้าอะไหล่รถยนต์ และประดับยนต์ จำนวน 1 ราย กลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้าง จำนวน 2 ราย กลุ่มสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ จำนวน 15 ราย กลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 6 ราย กลุ่มสินค้าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม จำนวน 13 ราย  กลุ่มสินค้าของขวัญ เครื่องใช้ และเครื่องประดับตกแต่งบ้านเรือน จำนวน 32 ราย กลุ่มสินค้าเครื่องสำอาง ความงาม และเวชภัณฑ์ จำนวน 10 ราย และกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ในบ้านและเครื่องครัว จำนวน 8 ราย


นอกจากนั้น ในงานครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการของไทยจับคู่เจรจาทางธุรกิจกับนักธุรกิจอินเดียในเมืองเจนไนด้วย


สำหรับผู้ร่วมงาน ประกอบด้วยชาวเมืองเจนไนกว่า 70,000 คน ที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าไทยคุณภาพดีที่นำมาจำหน่าย และชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ซึ่งทีมประเทศไทย ณ เมืองเจนไน โดยการนำของสถานกงสุลใหญ่ฯ พร้อมด้วยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนจัดเพิ่มเติมเข้าไปในงานด้วย โดยมีการจัดตั้งเวทีแสดงขนาดใหญ่ เปิดการแสดงตลอดงานทั้ง 4 วัน วันละ 4 รอบ เพื่อช่วยสร้างสีสันและดึงดูดความสนใจของชาวเมืองเจนไนให้ไปร่วมงาน การแสดงส่งตรงจากพิษณุโลกโดยคณะนาฏศิลป์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม

นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตการทำอาหารไทย การนวดไทย การวาดร่ม และการแสดงสาธิตมวยไทย เพื่อสร้างสีสันในงานด้วย

เท่านั้นยังไม่พอ เพื่อต่อยอดความนิยมไทยแก่บุคคลชั้นนำในเมืองเจนไน สถานกงสุลใหญ่ฯ ก็ได้ร่วมมือกับโรงแรม Sheraton Park ซึ่งเป็นโรงแรม 5 ดาวในเมืองเจนไน จัดงาน Thai Night ขึ้นในวันที่ 5 กรกฎาคม 2555 ด้วย โดยมีการแสดงนาฏศิลป์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พิษณุโลก พร้อมด้วยการจัดเลี้ยงรับรอง ซึ่งอาหารค่ำในคืนวันนั้นใช้อาหารไทยจากพ่อครัวที่สั่งตรงจากประเทศไทยทั้งหมด บุคคลชั้นนำของเจนไนเข้าร่วมงานกว่า 120 คน ที่สำคัญๆ ก็เช่น ผู้บัญชาการกองเรือชายฝั่งด้านตะวันออกของอินเดีย อดีตผู้ว่าราชการรัฐโอริสสา อธิบดีกรมศุลกากร รัฐทมิฬนาฑู ตลอดจนกงสุลใหญ่และผู้แทนกงสุลใหญ่ต่างประเทศ ณ เมืองเจนไนทั้ง 10 ประเทศ


จากการสังเกตของสถานกงสุลใหญ่ฯ เห็นว่าผู้เข้าชมงานเรือนหมื่นในงาน Thailand Trade Show นี้ นิยมซื้อสินค้าไทยราคาย่อมเยา ประมาณ 500-1,000 รูปี ส่วนใหญ่เป็นพวกของใช้ในบ้าน รองเท้าแตะหนังเทียม ดอกไม้ประดิษฐ์ กระเป๋าสตรีที่ทำจากผ้าไทย สินค้าประเภทของรับประทานเล่น

ส่วนการจัดงาน Thai Night ก็ได้รับเสียงตอบรับจากผู้ร่วมงานที่เป็นบุคคลแนวหน้าของเมือง ว่าสมบูรณ์พร้อมทั้งการแสดง อาหาร ดนตรี ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เคยจัดกิจกรรมแบบนี้มาเมื่อปีที่แล้วที่หอประชุมของ Anna Centenary Library เมืองเจนไน รวม 2 รอบ และมีผู้เข้าชมจากทุกหมู่เหล่าของเมืองเจนไน กว่า 2,000 คน ซึ่งในปีต่อๆ ไปก็มีแผนจะสร้างความนิยมไทยให้ติดลมบนชาวเจนไนต่อไป


ธัชไท ถมังรักษ์สัตว์

รายงานจากเมืองเจนไน

25 กรกฎาคม 2555

25 กรกฎาคม 2555
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ