ผลการประชุมประจำเดือนกรกฎาคม ของทีมประเทศไทยในกรุงนิวเดลี

 

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายพิศาล มาณวพัฒน์ ทูตไทยประจำอินเดีย ได้เป็นประธานการประชุมทีมประเทศไทย ครั้งที่ 8/2555 ประจำเดือนกรกฎาคม โดยมีผู้ช่วยทูตทหารเรือ ทหารอากาศ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคง อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายพาณิชย์ ผจก.ทั่วไป บ. การบินไทย รอง ผอ. ททท. และข้าราชการสถานทูตฯ เข้าร่วม

 

ทีมข่าว Thaiindia.net  ขอสรุปสาระสำคัญที่จะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนชาวไทย ดังนี้

 

รายชื่อสินค้าไทย 3 ชนิด ที่มีศักยภาพ เพื่อดำเนินการผลักดันในอินเดีย

 

อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่านพาณิชย์ได้แจ้งที่ประชุมทราบว่า เมื่อวันที่ 28-29 มิ.ย. ได้เดินทางกลับไปประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมกับ รองนายกกิตติรัตน์ฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับผลกระทบและการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจยูโร โดยกระทรวงพาณิชย์จะเน้นตลาด อาเซียน จีน แอฟริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย เพื่อเพิ่มตัวเลขการส่งออกที่ติดลบจากตลาดอียู โดยตลาดอินเดีย ตั้งเป้าไว้ที่ เพิ่มขึ้น 20 % ของปี 54

 

ในโอกาสนี้ คุณคณิน บุญญะโสภัต เจ้าหน้าฝ่ายเศรษฐกิจของสถานทูตฯ ได้แจ้งเรื่องการที่สถานทูตฯ จะเน้นสินค้า 3 รายการที่มีศักยภาพเพื่อผลักดันในอินเดีย เพื่อตอบโจทย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งสินค้าที่สถานทูตฯ มองเห็นแล้วว่ามีศักยภาพและจะดำเนินการผลักดันร่วมกับทีมประเทศไทย คือ 1. ผลไม้/กล้วยไม้ 2. ยางพารา และ 3. สินค้าอุตสาหกรรม ประเภทเฟอร์นิเจอร์/ของแต่งบ้าน และอัญมณี

 

ที่ประชุมพร้อมจะส่งเสริมสินค้าข้างต้นตามแนวทางพันธกิจของทูตไทย และพร้อมจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ทั้งด้านการสนับสนุนนักธุรกิจไทย การส่งออก และการท่องเที่ยว

 

วิกฤตเศรษฐกิจยูโรต่ออินเดีย

 

คุณคณินฯ ได้สรุปข้อมูลที่สถานทูตฯ ได้จัดทำเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเพื่อตอบสนองการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ ดังนี้  1. อินเดียได้รับผลกระทบโดยตรงเนื่องจากตลาดอียูเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1  2. ผู้ประกอบการอินเดียมองวิกฤตเป็นโอกาสเนื่องจากจะสามารถนำเข้าเครื่องจักรและเทคโนโลยี จากอียูในราคาถูก 3. บริษัทเอกชนไทยที่มาลงทุนในอินเดียและส่งออกไปตลาดอียู มองว่าวิกฤตยูโรจะทำให้ได้รายได้ในปี 55 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ปี 56 จะได้รับรายได้ลดลง

 

โครงการทีมประเทศไทยร่วมกับ บ. Lotus Arts de Vivre

 

คุณแจ่มใส เมนะเศวต เจ้าหน้าฝ่ายเศรษฐกิจของสถานทูตฯ เล่าความคืบหน้าของโครงการหลังจากที่ ผู้บริหาร บ. Lotus ได้ร่วมหารือกับทูตไทยและ ผอ. ททท. เมื่อ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา ว่า 1. จะใช้นางแบบและ designer อินเดีย 2. ใช้ผ้าไหมไทย 3. การสนับสนุนของสปอตเซอร์จะเริ่มที่ขั้นต่ำ 5 แสนบาท 4. กำลังรอข้อเสนองบประมาณในการดำเนินงานทั้งหมดจาก บ. PR ซึ่ง ผจก. การบินไทย และรอง ผอ. ททท. พร้อมที่โชว์ทีมสปิริตสนับสนุนโครงการต่อไป สำหรับผู้ประกอบการไทยท่านใดสนใจอยากจะร่วมสนับสนุนโครงการดังกล่าวทางทีมประเทศไทยยินดีและสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่คุณแจ่มใสฯ 011 2615 0130 ต่อ 202

 

กิจกรรมของ บ. การบินไทย

 

ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวชาวไทยเตรียมตัวเฮกันได้ คุณกรกกฏ ชาตะสิงห์ ผจก. บ. การบินไทย แจ้งที่ประชุมทราบว่า บ. การบินไทยจะเปิดตัวสายการบิน Thai Smile แทนการให้บริการ ของ Thai Airways เส้นทาง กรุงเทพฯ – ไฮเดอราบัด – กรุงเทพฯ  ในวันที่ 16 ก.ย. โดยจะใช้เครื่องบินแบบ Airbus 320 รองรับผู้โดยสารได้ 170 ที่นั่ง มีราคาถูกกว่า Thai Airways 15-20 % ให้บริการทุกวัน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะเปิดให้บริการเส้นทาง เดลี – ภูเก็ต –เดลี และมุมไบ – ภูเก็ต - มุมไบ

 

นอกจากนี้ บ. การบินไทย จะร่วมกับโรงแรม Metropolitan นิวเดลี จัดนิทรรศการภาพเขียนเชิงพุทธในช่วงเดือน พ.ย. ศกนี้

 

สำหรับข่าวนี้ฟังดูแล้วอาจจะงงๆ เมื่อฝ่ายอินเดียได้ออกข้อบังคับให้สายการบินพาณิชย์ที่บินมาอินเดีย เปิดวิดิทัศน์ประชาสัมพันธ์ประเทศอินเดีย (Incredible India) ทีมประชุมทีมประเทศไทยเห็นพ้องต้องกันว่าการบินไทยควรนำส่งวิดิทัศน์ ของ ททท. ให้ฝ่ายอินเดียปฏิบัติเช่นกัน

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 

นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รอง ผอ. ททท. ได้แจ้งที่ประชุมทราบว่าประเทศไทยยังคงฮิตติดชาร์จอย่างต่อเนื่อง เมื่อยอดนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางไปไทยในช่วงเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา มีประมาณ 111,098 คน เป็นครั้งแรกที่ยอดเกิน 1 แสนคน ทำลายสถิตินับตั้งแต่ตั้งสำนักงาน ททท. ในอินเดีย

 

ในขั้นต่อไป ททท. มีแผนโปรโมทประเทศไทยให้เป็น wedding destination และluxurious market   เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย ททท. ที่ตั้งเป้าให้ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2558

 

ช่วงท้ายของรายงานในวันนี้ สถานทูตฯ อยากจะขอเชิญชวนชุมชนไทยในอินเดียมาร่วมกันทำบุญในวันอาทิตย์ที่ 12 ส.ค. มหาราชินี โดยพร้อมเพียงกันในปีนี้เป็นปีมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมมายุ ครบ 80 พรรษา และที่สำคัญเรามาร่วมระลึกถึงพระคุณของแม่และทำบุญให้คุณแม่ของเรากันนะครับ (คลิกดูกำหนดการได้ที่ http://www.thaiemb.org.in/th/news/announcement_detail.php?ID=1829)


พิชญะ สนใจ

รายงานจากกรุงนิวเดลี

10 กรกฎาคม 2555

10 กรกฎาคม 2555
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ