ผลการประชุมประจำเดือน เม.ย. ของทีมประเทศไทยในกรุงนิวเดลี

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา สถานทูตไทย ณ กรุงนิวเดลีได้จัดการประชุมทีมประเทศไทย ประจำเดือนเม.ย. โดยมีท่านทูตพิศาล มาณวพัฒน์ เป็นประธาน และผู้ช่วยทูตทหารเรือ ผู้ช่วยทูตทหารอากาศ ผอ. ททท. และเจ้าหน้าที่สถานทูตเข้าร่วม ทีมงาน thaiindia.net ได้ไปติดตามการประชุมและนำผลมารายงานท่านผู้อ่านเช่นเคย


ก่อนจะเริ่มการรายงาน ทีมงาน thainidia.net ขอร่วมกับทีมประเทศไทยส่งความสุขและความปรารถนาดีไปยังธุรกิจเอกชนและผู้อ่านชาวไทยทุกท่านในโอกาสวันสงกรานต์ปีใหม่ไทยที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ และขอต้อนรับคุณสุนทร ชัยยินดีภูมิ อัครราชทูตคนใหม่ประจำสถานทูตไทย ที่เดินทางมารับหน้าที่ในวันที่ 19 เม.ย. นี้


การประชุมครั้งนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและประชาชนไทย ดังนี้


การสัมมนาภาครัฐอินเดียพบเอกชนไทย วันที่ 27 เม.ย. 55

สถานทูตและกระทรวงการต่างประเทศได้ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อเชิญชวนธุรกิจไทยที่สนใจมาร่วมการสัมมนา เพราะเป็นโอกาสที่จะได้รับฟังจากทางการอินเดียที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาและอุปสรรคทางธุรกิจ ที่ภาคเอกชนไทยมักจะประสบและเคยขอให้ภาครัฐไทยช่วยเหลือ  แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับการตอบรับจากภาคเอกชนไทยเท่าที่ควร ฟังแล้วก็น่าเสียดายที่ธุรกิจไทยจะพลาดโอกาสงามๆ ในการเข้าถึงตลาดอินเดียที่ใหญ่โตและกำลังซื้อมโหฬาร ทีมงาน thaiindia.net จึงอยากขอฝากเชิญชวนเอกชนไทยที่สนใจมาเข้าร่วมการสัมมนาดังกล่าว โดยติดต่อผ่านคุณคณิน บุญญะโสภัต หรือที่อีเมล์ [email protected]


การติดตามผลการเยือนอินเดียของนายกฯ

การติดตามผลการเยือนของท่านนายกฯ เมื่อเดือน ม.ค. 55 มีความคืบหน้าไม่น้อย เมื่อทูตอินเดียประจำประเทศไทยได้เข้าพบปลัดกระทรวงต่างประเทศวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา เพื่อหารือประเด็นที่  คั่งค้างที่น่าสนใจ ดังนี้

1)      การจัดตั้งคณะทำงานไทย-อินเดีย ด้าน Connectivity และ Infrastructure ทั้งสองฝ่ายจะจัดประชุมระดับอธิบดีในวันที่ 30 เม.ย. เพื่อหารือภาพรวมยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงไทย-อินเดียและอาเซียน/อินเดีย การรื้อฟื้นโครงการถนนสามฝ่ายไทย-พม่า-อินเดีย การร่วมมือพัฒนาท่าเรือทวาย และความร่วมมือการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน

2)      การจัดตั้ง Thailand-India Business Forum ทูตอินเดียแจ้งว่าฝ่ายอินเดียกำลังจัดทำรายนามเอกชนอินเดีย 15-20 รายที่จะรวมอยู่ใน Forum เพื่อให้ฝ่ายไทยเตรียมเสนอชื่อภาคธุรกิจไทยที่สอดคล้องกัน

3)      การจัดตั้ง Thailand-India Foundation ฝ่ายไทยตอบรับจะให้เงินสนับสนุนการก่อตั้งมูลนิธิดังกล่าว โดยในปี 2556 ฝ่ายไทยจะให้การสนับสนุนเป็นเงิน 2 ล้านบาท


กำหนดการเดินทางไปเยือนรัฐต่างๆ ของ ออท. ในปี 2555

ท่านทูตไทยได้ริเริ่มแนวปฏิบัติใหม่ โดยการเสนอแผนงานการเดินทางเยือนรัฐต่างๆ ของอินเดียของสถานทูตไทยให้ทีมประเทศไทยร่วมพิจารณา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเสนอแนะสถานที่ที่ภาคธุรกิจหรือคนไทยจะเข้าไปมีผลประโยชน์ได้ สำหรับในช่วงปี 2555 นี้ ทูตพิศาลฯ มีแผนจะนำคณะสถานทูตไปเยือนรัฐที่มีโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญของอินเดียหลายแห่ง เช่น รัฐคุชราต รัฐเกรละ รัฐอานธรประเทศ รัฐนากาแลนด์และรัฐสิกขิม


ธุรกิจโรงแรมและ Hospitality ไทยในอินเดีย

ฝ่ายเศรษฐกิจของสถานทูตไทยได้วิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนของธุรกิจ Hospitality ไทยในอินเดียพบว่าเอกชนรายใหญ่ของไทยเริ่มเห็นโอกาสในธุรกิจดังกล่าวในอินเดีย และกำลังเข้ามาขยายกิจการในแดนภารตะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเครือ Centara Le Bua หรือดุสิต ก็ต่างตบเท้าเข้ามาร่วมทุนเปิดโรงแรมและสปาสุดหรูในอินเดีย ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทความของทีมงาน thaiindia.net ที่จะลงตีพิมพ์ในฐานเศรษฐกิจฉบับหน้า


ทีมงาน thaiindia.net ของจบรายงานด้วยเก็บตกข่าวดีๆ จากที่ประชุม เมื่อประเทศไทยได้รับรางวัล Best Value Destination จาก  Lonely Planet India ขณะที่สายการบินเอื้องหลวงของไทยได้รับรางวัล Most Outstanding Airlines Full Service International Award 2011 จากนิตยสาร Travel and hospitality ของอินเดีย


บริษัทการบินไทยยังฝากประชาสัมพันธ์การได้เริ่มให้บริการคลังสินค้าเส้นทางกรุงเทพฯ-ไฮเดอราบัดในวันที่ 12 เม.ย. 55 ซึ่งจะขยายเป็นเส้นทางกรุงเทพฯ-ไฮเดอราบัด-นิวเดลี-เจนไน และขณะนี้ ตม.สนามบินสุวรรณภูมิได้เริ่มให้บริการตรวจคนเข้าเมืองด้วยเครื่องสแกนลายนิ้วมือสำหรับคนไทยแล้วตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. 55 เพื่ออำนวยความสะดวกให้การเดินทางเข้าออกประเทศไทยเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น หวังว่าผู้อ่านชาวไทยจะได้รับประโยชน์จากบริการดีๆ เช่นนี้ครับ


โปรดติดตามผลการประชุมครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 9 พ.ค. 55 ได้ทาง thaiindia.net คอลัมน์ ”ข่าวสารจากทีมประเทศไทยในอินเดีย”


รายงานโดย

ประพันธ์ สามพายวรกิจ

19 เมษายน 2555

4 พฤษภาคม 2555
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ