ผลการประชุมประจำเดือน มี.ค. ของทีมประเทศไทยในกรุงนิวเดลี

ทีมประเทศไทยในกรุงนิวเดลีมีการประชุมประจำทุกเดือน ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 55 เอกอัครราชทูตฯ พิศาล ได้เชิญหัวหน้าหน่วยงานไทยในกรุงนิวเดลีเข้าร่วมหารือ ได้แก่ น.อ. บัญชา บัวรอด ร.น. ผู้ช่วยทูตทหารเรือ น.อ.ไพศาล น้ำทับทิม ผู้ช่วยทูตทหารอากาศ นายเจนต์ เลี่ยมมินฟุล ผอ.สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นายวรวุฒิ บุญเฉลียว อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายข่าว น.ส.รัญจวน ทองรุต ผอ.สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคนใหม่ และนายปนัฎฐา มีสุวรรณ ผู้จัดการบริการสถานีการบินไทย รวมทั้งข้าราชการสถานทูต

 


Thaiindia.net ขอรายงานการหารือของที่ประชุม เพื่อทบทวนและวางแผนการทำงานในเรื่องสำคัญๆ ที่น่าสนใจแก่ภาคธุรกิจเอกชนและชุมชนชาวไทย ดังนี้


การติดตามผลการเยือนอินเดียของนายกรัฐมนตรีเมื่อ 24-26 ม.ค. 55 ทีมประเทศไทยได้ทบทวนและติดตามประเด็นต่างๆ ที่นายกรัฐมนตรีได้หารือกับภาคเอกชน ในการแก้ปัญหาการทำธุรกิจในอินเดียให้ราบรื่น โดยเฉพาะในเรื่องวีซ่าทำงานและการขอใบอนุญาตทำงานของแรงงานไทยในอินเดีย เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ทูตไทยประจำอินเดียได้เข้าพบ นาย G.V. Venu Gopal  Sarma  อธิบดีกรมแรงงานต่างชาติ  กระทรวงมหาดไทย เพื่อขอทราบความยืดหยุ่นในเรื่องกฎระเบียบรายได้ 25,000 เหรียญต่อปี  และได้ทราบว่า 1 ) สาเหตุที่ รัฐบาลออกกฎเรื่องเงินเดือนขั้นต่ำ 25,000 เหรียญสหรัฐฯ เพราะต้องการฝึกแรงงานอินเดียซึ่งมีจำนวนมากให้พัฒนา  ให้ สอท.อด. สามารถแยกแยะระหว่างแรงงานมีฝีมือและไม่มีฝีมือ   2) กฎนี้มีข้อยกเว้นสำหรับโครงการด้านการก่อสร้างที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหล็กและพลังงาน  โดยสามารถขอรับการตรวจลงตราประเภท project visa ได้โดยไม่มีเงื่อนไขเงินเดือนขั้นต่ำ   แต่มีข้อกำหนดว่าจะให้กับผู้ที่มีหน้าที่ในระยะเวลาที่มีการก่อสร้างเท่านั้น  หากโครงการสิ้นสุด ต้องกลับ ปทท. ไม่สามารถย้ายไปทำงานที่โครงการอื่นต่อได้  และในอนาคตจะมีสาขาเพิ่มเติมที่ได้รับการยกเว้นแน่นอน และล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้ขอให้ทูตอินเดียประจำประเทศไทยจัดประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจด้านกงสุล ไทย – อินเดีย ในโอกาสแรกแล้ว (คลิกที่นี่เพื่ออ่านตารางติดตามผลการแก้ปัญหาการทำธุรกิจในอินเดียของภาคเอกชนไทย)


สำหรับความเคลื่อนไหว FTA ไทย-อินเดีย ที่ผู้แทนเอกชนไทยได้ขอร้องนายกรัฐมนตรีให้รวมรายการสินค้าของไว้ในรายการลดภาษีนั้น ทีมประเทศไทยรายละเอียดจากบริษัทนั้นๆ แล้ว และส่งต่อไปให้หัวหน้าคณะเจรจา เพื่อเตรียมเจรจารอบสุดท้ายในช่วงเดือน พ.ค. นี้ที่ประเทศไทย แล้ว


ในส่วนของ การจัดงานใหญ่เพื่อส่งเสริมความนิยม “ไทย” แก่ไฮโซอินเดียที่โรงเรียน Scottish High International School ในย่านกูร์กาวน์ เขตเศรษฐกิจของเศรษฐีใหม่ ไม่ไกลจากกรุงนิวเดลี ตามที่ได้เคยรายงานไว้ครั้งที่แล้ว ที่ประชุมทีมประเทศไทยภายหลังการถกหารือพักใหญ่ เห็นควรตอบปฏิเสธที่จะเข้าร่วมงานในปีนี้ เนื่องจากทางโรงเรียนมีเงื่อนไขเพิ่มเติมซึ่งที่ประชุมคิดว่าจะส่งผลต่อการทำงานร่วมกันในภายหลังได้


มีข่าวดีสำหรับประเทศไทย คือ เมื่อวันที่ 23-25 มี.ค. ที่ผ่านมา ททท. จับมือกับการบินไทย ร่วมกันออก Booth ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ในงาน Luxury Travel Show 2012 with GONOW ที่ห้าง DLF Emporio เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายไฮโซอินเดีย โดยเชิญบริษัทนำเที่ยวชั้นนำเข้าร่วมด้วย  ปีนี้ประเทศไทยคงจะครองแชมป์ประเทศที่นักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางไปมากที่สุด อีกแน่นอน


สำหรับกิจกรรมที่จะเป็นผลประโยชน์ของภาคเอกชนไทย คงหนีไม่พ้นเรื่อง การจัดสัมมนาภาคเอกชนพบภาครัฐอินเดีย ในวันที่ 27 เม.ย. เวลา 09.00 – 14.00 น. ณ โรงแรม  ITC โดยสถานทูตฯ ได้เชิญนาย Talleen Kumar  อธิบดี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมอินเดียมาเป็นวิทยากรและตอบข้อสงสัย ปัญหาต่างๆ ที่ภาคเอกชนไทยร้องเรียนหรือยกขึ้นกับ นรม.  นอกจากนี้ ฝ่าย อินเดียขอที่จะนำเสนอ 3 เรื่องใหญ่ คือ 1) website  investindia.gov.in 2) การเชิญชวนนักลงทุนไทยมาลงุทนในโครงการ Delhi – Mumbai Industrial Corridor 3) ระบบ e-Biz  ที่สำคัญ ทาง ททท. ได้ขอให้ฝ่ายอินเดียบรรยายเรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอินเดียอีกด้วย  หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจอยากให้ฝ่ายอินเดียบรรยายเรื่องอะไรนอกเหนือจากเรื่องดังกล่าว แจ้งมาได้ที่ ายคณิน บุญญะโสภัต เลขานุการโท อีเมล์ [email protected]


ทีมประเทศไทยนัดประชุมกันครั้งต่อไป วันพุธที่ 11 เม.ย. 55 นี้ ที่สถานทูตชั่วคราว Vasant Vihar ผู้สื่อข่าว thaiindia.net จะแอบนั่งในห้องประชุมและนำผลมารายงานผู้อ่านต่อไปครับ


พิชญะ สนใจ

รายงานจากกรุงนิวเดลี

26 มี.ค. 55

26 มีนาคม 2555
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ