ราชการไทย เิดินหน้าช่วยเอกชนแก้ไขปัญหาการทำธุรกิจในอินเดีย



สืบเนื่องจากการหารือระหว่างภาคเอกชนไทยและนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2555 ซึ่งเอกชนไทยหลายบริษัทได้ยกประเด็นเรื่องอุปสรรคต่างๆ
ในการทำธุรกิจในอินเดียขึ้นหารือกับรัฐบาล และได้ขอให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันให้เอกชนไทยในอินเดีย 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ได้จัดทำตารางสรุปประเด็นต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาของบริษัทไทยในอินเดีย และได้ยกเรื่องนี้ขึ้นหารือในที่ประชุมทีมประเทศไทยในกรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2555

ที่ประชุมทีมประเทศไทยได้ร่วมพิจารณาการแบ่งงานระหว่างหน่วยราชการที่ควรรับประเด็นต่างๆ ไปดำเนินการต่อ

หนึ่งข้อสรุปสำคัญที่ได้จากที่ประชุม คือ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี
จะดำเนินการ
จัดจ้่่างบริษัทที่ปรึกษาอินเดีย เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ
ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดช่องทางติดต่อกับหน่วยราชการอินเดียที่เกี่ยวข้อง ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงผู้ที่มีอำนาจสั่งการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้


ลำดับ

ปัญหา/ ผู้ได้รับผลกระทบ/ ข้อเสนอแนะ

หน่วยงานรับผิดชอบ

1.

การขอรับตรวจลงตราประเภททำงาน (CP ITD KTB พฤกษา
ไทยซัมมิท)

- เงื่อนไขเงินเดือนขั้นต่ำ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ปี

- ความล่าช้าในการพิจารณาของ สอท. อินเดีย/ ประเทศไทย

- สถานเอกอัครราชทูต (สอท.) ณ
กรุงนิวเดลี ประสานกับกระทรวงมหาดไทยอินเดีย

- กระทรวงการต่างประเทศประสาน สอท. อินเดียในประเทศไทย

2.

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (CP ITD)

- การกำหนดให้สมทบเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากฝ่ายนายจ้างร้อยละ 12.5 และลูกจ้างร้อยละ 12.5

- ลูกจ้างจะสามารถได้รับเงินคืนได้ต่อเมื่ออายุ 58 ปี โดยส่วนหนึ่งเป็นเงินก้อน อีกส่วนหนึ่งเป็นบำนาญ

- หากไม่ลงทะเบียนตรวจลงตราประเภททำงานกับทางการอินเดียจะไม่มีสิทธิได้รับเงินคืน

- สำนักงานประกันสังคมไทยทบทวน พรบ ที่เกี่ยวข้อง  ประสาน/ เจรจากับ Ministry of Overseas Indian Affairs ในประเด็นที่สามารถทำร่วมกันได้

3.

อัตราภาษีการนำเข้าวัตถุดิบ (Rockworth, EPG) และสินค้า (ศรีไทยฯ) ซึ่งไม่อยู่ในกรอบเจรจาการค้าเสรีไทย-อินเดีย 82 รายการ

สำนักงานการค้าต่างประเทศ ณ  
กรุงนิวเดลี ประสานกับหัวหน้าคณะเจรจา FTA ไทย-อินเดีย เพื่อตรวจสอบรายการสินค้าที่ บริษัททั้ง 3 เรียกร้องและยกขึ้นเจรจาลดภาษีให้เป็นผลสำเร็จ

4.

ความไม่แน่นอนของการประเมินภาษีรายได้ของบริษัท อาทิ การประเมินภาษีรายได้โดยไม่รวมภาษีที่ได้หักออก ณ ที่จ่าย ทำให้ภาษีที่ประเมินสูงกว่าจริง (KTB)

สอท. ณ กรุงนิวเดลีประสานกับกระทรวงการคลังอินเดีย

5.

การอนุมัติซื้อ-ขายที่ดินให้แก่นักลงทุนต่างชาติ  (พฤกษา ไทยซัมมิท ศริไทยฯ)

- กฎหมายและขั้นตอนในการขออนุญาตซื้อ-ขายที่ดินมีความซับซ้อน ไม่ชัดเจน
เปิดโอกาสให้เจ้าพนักงานและผู้มีอิทธิผลในพื้นที่ขู่เข็ญ/ ขูดรีดนักลงทุน

- การขาดแคลนที่ดินอุตสาหกรรม แม้ว่านักลงทุนจะมีความต้องการและมีเงินซื้อ

 

ข้อเสนอแนะของภาคเอกชน

- ให้รัฐบาล อด. จัดทำ one-stop service licensing

- เอกชนไทยเข้ามาพัฒนาที่ดินในรูปแบบนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ครบวงจร โดยร่วมกันมาหลายบริษัทในลักษณะ consortium ที่มีบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านโครงการที่พักอาศัย ขายปลีก ฯลฯ
จักได้มีเงินลงทุนและน้ำหนักต่อรองมากขึ้น

สอท. ณ กรุงนิวเดลี เป็นผู้ดำเนินการ (ได้เสนอปรับแก้งบโครงการ Destination Thailand     เป็นการจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ของอินเดีย เพื่อช่วยสนับสนุนการดำเนินการอีกช่องทางหนึ่ง)

สอท./ สถานกงสุลใหญ่ที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ดำเนินการ

6.

- การเจรจาเรื่องสิทธิการบินระหว่างไทย-อินเดีย  (บางกอกแอร์เวส์)

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ/     กรมการบินพลเรือน ยกขึ้นเจรจากับกรมการบินพาณิชย์อินเดีย

7.

การเก็บภาษีซ้ำซ้อนในการส่งเงินปันผลกลับประเทศไทย (พฤกษา)

กระทรวงการคลัง


แจ่มใส เมนะเศวต

www.thaiindia.net

21 กุมภาพันธ์ 2555
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ