ไทยเข้าร่วมงาน SATTE 2013 ที่กรุงนิวเดลี

งาน SATTE หรือ South Asia Travel and Tourism Event ซึ่งเป็นงาน B2B ด้านการเดินทางและท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียใต้ และจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 มกราคม 2556 ที่ศูนย์การประชุม Pragati Maidan กลางกรุงนิวเดลี โดยมีไทยเข้าร่วมในฐานะ Partner Country

ในครั้งนี้ ททท.นำผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวเข้าร่วมงานกว่า 57 ราย เพื่อพบผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดลูกค้ากลุ่มใหญ่ ของการท่องเที่ยวไทย

ก่อนหน้าเข้าร่วมงาน SATTE ททท.ที่กรุงนิวเดลีจัดงาน Million Thanks Party ขอบคุณผู้ประกอบการท่องเที่ยวอินเดีย ที่ร่วมมือช่วยนำนักท่องเที่ยวไปไทยทะลุเป้า 1 ล้านคน เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 คน

คณะผู้บริหาร ททท. นำโดย นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่า ททท. และนายสรรเสริญ เงารังษี รองผู้ว่า ททท. นำคณะเข้าร่วมงาน ทั้งสองอย่างอบอุ่น

นอกจากไทยแล้ว ยังมีประเทศที่เข้าร่วมเปิดบูทในงาน SATTE2013 อาทิเช่น มาเลเซีย ดูไบ ตุรกี โอมาน กัมพูชา มาเก๊า เกาหลี ภูฐาน สิงคโปร์ ฮ่องกง นิวซีแลนด์ และมอริเชียส นอกจากนี้ ประเทศอย่างสหรัฐฯ เซเชลส์ บัลแกเรีย และเอธิโอเปีย ก็เข้าร่วมงานนี้เป็นครั้งแรก ชี้ให้เห็นว่าตลาดด้านท่องเที่ยวและเดินทางของอินเดีย ไม่สามารถมองข้ามได้ต่อไป

สำหรับหน่วยงานท่องเที่ยวอินเดียเองก็ตบเท้าเข้าร่วมงานนี้อย่างคับคั่งเช่นเดียวกัน โดยงาน SATTE2013 ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวของทุกรัฐในอินเดีย รวมถึงกระทรวงการท่องเที่ยวของรัฐบาลกลางอินเดียด้วย ภูมิภาคเอเชียใต้ ทั้งในฐานะตลาดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อมากขึ้นและขยายจำนวนต่อเนื่อง และในฐานะแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ต้องการพัฒนาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงมีความสำคัญที่ผู้ประกอบการมองข้ามไม่ได้

คุณกันทิมา แสงหลี รองกรรมการผู้จัดการ Apsaras & Villa Apsaras ที่มาอินเดียครั้งแรก เปิดเผยกับ Thaiindia.net ถึงความประทับใจในตลาดอินเดีย ที่ให้ความสนใจรีสอร์ทและสปาในเครือ โดยเฉพาะคู่ฮันนีมูนที่เป็นลูกค้าหลัก แม้จะยอมรับว่าผู้ประกอบการอินเดียมักจะจู่โจมเข้ามาพูดคุยโดยไม่ทันตั้งตัว และไม่ได้นัดหมายมาก่อน แต่ก็ประทับใจกับการมาลงตลาดอย่างเป็นทางการครั้งแรก

ส่วนคุณพรชัย เขมะพรรคพงษ์ กรรมการผู้จัดการและเจ้าของ Aiyapura Resort & Spa เกาะช้าง ซึ่งเดินทางมาร่วมงานในนามผู้แทนสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดตราด ก็บอกเล่าความสำคัญของตลาดอินเดีย แม้รีสอร์ทที่ตั้งอยู่บนเกาะช้าง จะเน้นกลุ่มลูกค้ายุโรปและสแกนดิเนเวีย แต่ธุรกิจก็ต้องแสวงหาตลาดใหม่ๆ ซึ่งอินเดียก็เป็นหนึ่งในตลาดเหล่านั้น โดยมุ่งจะต่อยอดกลุ่มนักท่องเที่ยวคู่ฮันนีมูนและครอบครัว ที่อาจจะยังไม่รู้จักเกาะช้างนัก ทั้งที่อยู่ใกล้กับพัทยา เป้าหมายยอดนิยมอันดับต้นในไทยของนักท่องเที่ยวอินเดีย

 

คณิน บุญญะโสภัต

รายงานจากกรุงนิวเดลี

17 มกราคม 2556

17 มกราคม 2556
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ