ผลการประชุมประจำเดือนตุลาคม ของทีมประเทศไทยกรุงนิวเดลี

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2555 นายพิศาล มาณวพัฒน์ ทูตไทยประจำกรุงนิวเดลี ได้เป็นประธานการประชุมทีมประเทศไทย ครั้งที่ 11/2555 ประจำเดือนตุลาคม โดยมีหัวหน้าและผู้แทนส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจของทีมประเทศไทยเข้าร่วม Thaiindia.net ขอรายงานสาระสำคัญด้านเศรษฐกิจของการประชุมดังกล่าวมาให้ผู้อ่านทราบเหมือนเช่นเคย

1) แผนการดำเนินงานตาม Mission Statement: ความคืบหน้าการดำเนินการตาม Mission Statement ของทีมประเทศไทยในกรุงนิวเดลีที่จะต้องรายงานให้กระทรวงการต่างประเทศทราบทุกเดือน มีเรื่องสำคัญๆ ที่มีความคืบหน้า คือ

1.1) การส่งเสริมการลงทุนด้านเศรษฐกิจ ที่ประชุมรับทราบผลสำเร็จของ 2 กิจกรรม คือ การสัมมนา Doing Business in India: Forum for Thai Executives เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่กรุงเทพฯ และโครงการนำนักธุรกิจไทยเยือนรัฐคุชราต ระหว่าง 27-29 กันยายน (ติดตามได้จากหัวข้อ “รู้จักรัฐคุชราต” ใน Thaiindia.net)

โดยผลจากการนำคณะนักธุรกิจเยือนรัฐคุชราต คุณกรกฏ ชาตะสิงห์ ผจก.ใหญ่ การบินไทยประจำอินเดีย ได้แจ้งว่า เห็นประโยชน์จากสิทธิพิเศษที่รัฐคุชราตจะให้ คือ การลดภาษีมูลค่าเพิ่มน้ำมัน และค่าธรรมเนียมสนามบินอื่นๆ จึงจะเสนอให้สำนักงานใหญ่พิจารณานำสายการบิน Thai Smile มาลงที่รัฐคุชราตต่อไป

สำหรับการเข้าร่วมงาน Vibrant Gujarat Summit 2013 ของไทยนั้น ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าว่า คุณอโศก อุปัทยา ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมที่ดูแลนำนักธุรกิจไปร่วมงานนี้ ได้ทำเรื่องเสนอนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งก็ต้องติดตามจากทางกรุงเทพฯ ต่อไปถึงการประสานงานนำคณะมาร่วมงานระหว่าง 11-13 มกราคม ปีหน้า ตามคำเชิญของมุขมนตรีรัฐคุชราต นอกจากนี้ Federation of Gujarat Industries (FGI) ผู้จัดงาน Agro & Auto Summit ที่เมืองวาโดดารา ก็ได้เชิญไทยเข้าร่วมงานเป็น country partner ระหว่าง 3-5 มกราคม ปีหน้าด้วย ซึ่งผู้ประสานงานหลักกับรัฐคุชราตในการนำธงไทยเข้าไปโบกสะบัดก็จะเป็นทีมประเทศไทยที่เมืองมุมไบ ทั้งสถานกงสุลใหญ่ สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ และสำนักงานบีโอไอ ที่กำลังจะไปเปิดสำนักงานที่มุมไบเร็วๆ นี้

1.2) การส่งเสริมการลงทุนในกรอบ 2nd India-ASEAN Business Fair (IABF) ที่กรุงนิวเดลีระหว่าง 18-20 ธันวาคม 2555 ซึ่งไทยได้ตอบรับจะนำนักธุรกิจเข้าร่วมกิจกรรม Business Matching (B2B) แล้ว และได้ยืนยันกับฝ่ายอินเดียว่าต้องการพื้นที่จัดนิทรรศการและบูท 283 ตารางเมตร โดยหน่วยงานหลักที่จะนำนักธุรกิจเข้าร่วมคือสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้ประสานงานหลักฝ่ายไทยคือ กรมส่งเสริมการส่งออกกระทรวงพาณิชย์ และบีโอไอ ผู้สนใจเข้าร่วมงานดังกล่าวจึงควรรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้รีบส่งข้อมูลให้ฝ่ายอินเดียทราบไปทำการบ้านหาผู้ประกอบการอินเดียที่ตรงตามความต้องการมาพบกัน

1.3) การส่งเสริมการท่องเที่ยว ผอ.รัญจวน ทองรุต ของ ททท.นิวเดลี แจ้งข่าวกิจกรรมที่จัดร่วมกับการบินไทย นำบริษัทจัดงานแต่งงานจากกัลกัตตา นิวเดลี และไรปุระ ไปสำรวจสถานที่ที่กรุงเทพฯ หัวหิน และภูเก็ต และจะจัดการแข่งขันกอลฟ์ Ballentine Cup ที่เชียงใหม่ ที่จะเชิญผู้บริหารระดับสูงของอินเดียร่วมกว่า 100 คน แสดงให้เห็นว่าตลาดการท่องเที่ยวด้านแต่งงานและกอลฟ์ในอินเดียมีลู่ทางสดใส

ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียที่ไปเที่ยวไทยระหว่างมิถุนายน-กันยายน 55 นั้นมีจำนวน 700,000 คน เพิ่มขึ้น 8.5% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สำหรับในปี 2555 นี้ ททท.ตั้งเป้านักท่องเที่ยวให้ได้จำนวนเพิ่มขึ้น 10% และรายได้เพิ่มขึ้น 20% ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวอินเดียใช้จ่ายเงินท่องเที่ยวในไทยตกอยู่ราว 5000-6000 บาท/คน/วัน

2) ทูตไทยที่ตอนนี้รับตำแหน่งประธาน ASEAN New Delhi Committee (ANDC) จะนำทีมทูตอาเซียนเยือนรัฐอัสสัมและนากาแลนด์ ระหว่าง 15-18 พฤศจิกายนนี้ เพื่อสำรวจเส้นและประชาสัมพันธ์ ASEAN-India Car Rally ที่จะจัดขึ้นในประเทศอาเซียนก่อนมาสิ้นสุดที่อินเดียในปลายปีนี้ โดยจะมีอัครราชทูตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงและผู้ช่วยทูตฝ่ายพาณิชย์ร่วมคณะไปด้วย

3) คุณกรกฏ ชาตะสิงห์ ผู้จัดการใหญ่ บ.การบินไทยประจำอินเดีย รายงานเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการบินดังนี้

3.1) ขอบคุณท่านทูตและทีมงานสถานทูตที่ได้นำเรื่องการประท้วงขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบินนิวเดลี 346% ไปหารือกับกลุ่มประเทศอาเซียน และได้มีหนังสือร่วมกันไปประท้วงทางการอินเดีย นอกจากนี้ สายการบินกว่า 20 สาย ยังได้รวมตัวกันเรียกร้องให้ฝ่ายอินเดีย คือ Airport Economic Regulatory Authority (AERA) ทบทวนประกาศเรื่องนี้อีกครั้ง อีกสองสัปดาห์จึงน่าจะรู้ผลในเรื่องนี้

3.2) คณะรัฐมนตรีอินเดีย ได้ประกาศให้ท่าอากาศยาน 5 แห่ง คือ พาราณสี ลัคเนาว์ Mangalore Tiruchirapalli และ Coimbatore เป็นท่าอากาศยานนานาชาติแล้ว

3.3) รัฐบาลอินเดียยังได้อนุญาตให้สายการบินภายในประเทศบินระหว่างประเทศมากขึ้น โดย Jet Airways จะมีเที่ยวบินตรงกัลกัตตา-กรุงเทพฯ 7 ครั้ง/ สัปดาห์ สายการบิน Indigo จะบินนิวเดลี-กรุงเทพฯ 7 ครั้ง/ สัปดาห์ และสายการบิน SpiceJet จะบินไฮเดอราบัด-กรุงเทพฯ 7 ครั้ง/ สัปดาห์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวไปไทย

ท้ายนี้ Thaiindia.net ขอร่วมกับทีมประเทศไทยต้อนรับสมาชิกใหม่ คือ น.อ.รน.เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ และ น.อ.อนุชา ผลโภค ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศ ที่มารับตำแหน่งแทนผู้ช่วยทูตทหารที่ครบวาระประจำการที่เดินทางกลับไทยไปแล้ว คือ น.อ.บัญชา บัวรอด และ น.อ.ไพศาล น้ำทับทิม ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือและฝ่ายทหารอากาศตามลำดับ

นอกจากนี้ ยังขอต้อนรับนายธนวัฒน์ ไทยแก้ว ข้าราชการตามโครงการพัฒนานักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ ที่จะฝึกงานอยู่ที่สถานทูตจนถึงสิ้นปี 2555 นี้

แจ่มใส เมนะเศวต

รายงานจากกรุงนิวเดลี

18 ตุลาคม 2555

18 ตุลาคม 2555
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ