Thai Film Festival เจนไน ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในอินเดียใต้

สถานกงสุลใหญ่เมืองเจนไนจับมือสมาคมภาพยนตร์ท้องถิ่น Indo Cine Appreciation Foundation จัดงาน Thai Film Festival ระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2555


นายชาญชัย จรัญวัฒนากิจ กงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน พร้อมภรรยา เป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลภาพยนตร์ดังกล่าว ที่ Russian Centre of Science & Culture เมืองเจนไน เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีผู้ร่วมงานเทศกาลเล็กๆ แต่อบอุ่นนี้ ทั้งอินเดียและไทยประมาณ 70 คน


ในพิธีเปิด นาย Emandae Thangaraj, Director, Chennai International Film Festival (ICAF) รายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ที่มุ่งส่งเสริมให้ชาวเมืองเจนไนมีโอกาสชมภาพยนตร์ไทยที่ดีมีคุณภาพระดับสากล


กงสุลใหญ่กล่าวยินดีต่อการจัดงานนี้ร่วมกับ ICAF ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดย สถานกงสุลใหญ่ฯ ยินดีที่ได้ร่วมงานกับ ICAF และเห็นว่า การจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ไทยครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศอีกทางหนึ่ง เพิ่มเติมจากความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ซึ่งวัฒนธรรม ภาษา และศาสนาของอินเดียมีอิทธิพลต่อไทยอย่างยิ่ง


ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่เริ่มฉายหลังพิธีเปิดคือ “รักที่รอคอย (October Sonata)“ สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมชาวเจนไนที่ลุกขึ้นปรบมือให้เมื่อภาพยนตร์จบ พร้อมชื่นชมความสามารถในการแสดงของนักแสดงไทย

October Sonata (ภาพจากอินเตอร์เน็ท)

ชาวเจนไนที่มาร่วมงานต่างขอบคุณสถานกงสุลใหญ่ฯ ที่เปิดโอกาสให้ชมภาพยนตร์ไทยที่ดีมีคุณภาพ และมีรูปแบบต่างจากอินเดียทั่วไป ทั้งเนื้อเรื่อง การถ่ายทำ และฉากต่างๆ สะกดผู้ชมให้นั่งชมตลอด 2 ชั่วโมง โดยไม่หยุดพักครึ่งเวลาแบบภาพยนตร์อินเดียส่วนใหญ่นิยมทำ


งานเทศกาล Thai Film Festival ครั้งที่ 3 จัดฉายภาพยนตร์ 3 วัน ระหว่าง 20 – 22 สิงหาคม 2555 โดยมีภาพยนตร์ไทยฉายทั้งหมด 4 เรื่อง คือ รักที่รอคอย (October Sonata) สุดเสน่หา (Blissfully Yours) สามชุก (Samchuk) และไชยา (Muay Thai Fighter)


ทั้งนี้ ชาวอินเดียในภาคใต้นิยมชมภาพยนตร์เป็นชีวิตจิตใจ โดยมีอุตสาหกรรมภาพยนตร์ภาษาท้องถิ่นของตนเองเรียกว่า Kollywood  ผลิตเป็นภาษาท้องถิ่นของรัฐภาคใต้ทั้ง 4 รัฐ ได้แก่ ทมิฬ (Tamil) เตเลกู (Telegu) คานาดา (Kanada) และมาลายัม (Malayam) และเริ่มนิยมภาพยนตร์ต่างประเทศมากขึ้นทั้งแนวแอคชั่น ดราม่า และแนวรักโรแมนติก สำหรับภาพยนตร์ไทยที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ องค์บาก และสุริโยทัย


สถานกงสุลใหญ่เจนไนมีแผนจะจัดงาน Thai Film Festival ขึ้นอีก เพราะเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมตามแนวทางการทูตด้านวัฒนธรรม ทำให้คนอินเดียรู้จักความสามารถของคนไทยในการทำภาพยนตร์รวมถึงการเผยแพร่สถานที่ต่างๆ ที่มีความสวยงามในไทยที่ปรากฏในภาพยนตร์ให้เป็นที่นิยมแก่ชาวอินเดียและดึงดูดให้เดินทางไปท่องเที่ยวเพื่อเห็นด้วยตาของตัวเอง


ธัชไท ถมังรักษ์สัตว์

รายงานจากเมืองเจนไน

28 สิงหาคม 2555

28 สิงหาคม 2555
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ