ผลการประชุมประจำเดือนสิงหาคม ของทีมประเทศไทยในกรุงนิวเดลี

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายพิศาล มาณวพัฒน์ ทูตไทยประจำกรุงนิวเดลี ได้เป็นประธานจัดการประชุมทีมประเทศไทย ครั้งที่ 9/2555 ประจำเดือนสิงหาคม 2555 ทีมงาน thaiindia.net  ได้ตามไปเก็บผลการประชุมมาฝากเช่นเคย จึงขอสรุปเนื้อหาสาระที่สำคัญและน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน ดังนี้

ยุทธศาสตร์ครัวไทยสู่โลก

สืบเนื่องมาจากการที่สถานทูตไทยเชิญพ่อครัว/แม่ครัวไทยมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมอาหารไทยในอินเดียเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา (อ่านเรื่องเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaiemb.org.in/th/news/news_detail.php?ID=1894)


ทีมประเทศไทยตกลงเดินหน้าสนับสนุนร้านอาหารไทยในอินเดียเต็มที่ตามยุทธศาสตร์ครัวไทยสู่โลกของรัฐบาล โดยจะมอบตรา Thai Select ให้กับร้านอาหารที่เข้าเกณฑ์ ส่วนร้านที่ไม่เข้าเกณฑ์ เช่น เมนูอาหารไม่ถึง 60% เป็นอาหารไทย แต่มีการจ้างพ่อครัว/แม่ครัวไทยและนำเข้าวัตถุดิบจากไทย สถานทูตก็จะมอบประกาศนียบัตรรับรอง


วิธีนี้นอกจากจะทำให้พ่อครัว/แม่ครัวไทยเป็นที่ต้องการของตลาดอินเดียมากขึ้นแล้ว ยังส่งเสริมให้มีการนำเข้าเครื่องปรุงและวัตถุดิบจากไทยเพิ่มขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการผูกขาดการนำเข้าในอินเดียและให้ผู้บริโภคเข้าถึงวัตถุดิบไทยมากขึ้น


อนาคตของอาหารไทยในอินเดียน่าจะสดใสมากขึ้น เพราะนับวันจะมีคนอินเดียที่เดินทางไปไทยและหลงใหลในอาหารไทยมากขึ้นทุกที ทีม thaiindia.net อยากจะเห็นอาหารไทยแซงหน้าคู่แข่งอาหารต่างชาติในอินเดีย เช่น อาหารอิตาเลียนและอาหารจีน ให้ได้


การจัดงาน India-ASEAN Business Fair and Conclave ครั้งที่ 2

กระทรวงพาณิชย์อินเดีย ร่วมกับสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมอินเดีย (FICCI) จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน India-ASEAN Business Fair and Conclave ครั้งที่ 2 ในเดือนธันวาคม 2555 เพื่อเปิดโอกาสให้นักธุรกิจอินเดียและอาเซียน ในสาขาต่างๆ โดยเฉพาะยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ ก่อสร้าง อัญมณี เกษตรและอาหารแปรรูป สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และสุขภาพ ได้พบปะในลักษณะ B2B เพื่อเชื่อมโยงทางธุรกิจ ทีมประเทศไทยเห็นประโยชน์ของงานดังกล่าวต่อภาคธุรกิจไทย และได้เร่งไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องให้เริ่มเตรียมการเพื่อให้ภาคเอกชนไทยได้รับประโยชน์สูงสุด หากภาคเอกชนไทยสนใจรายละเอียด สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.india-aseanbusinessfair.com)


สคร. กรุยทางบุกรัฐมณีปุระ

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) นิวเดลี ได้เดินทางไปสำรวจลู่ทางการค้าในรัฐมณีปุระ ซึ่งเป็นรัฐเล็กๆ ในภาคอิสานของอินเดีย พบโอกาสการลงทุนและการส่งออกสินค้าของไทยหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และแบตเตอรรี่รถยนต์ ปัจจุบัน สินค้านำเข้าจากต่างประเทศไปในรัฐมณีปุระส่วนใหญ่มาจากจีน ส่วนสินค้าจากไทยมีเพียงประมาณ 5% ถูกขนมาทางรถบรรทุกผ่านชายแดนแม่สอดและแม่สายผ่านพม่า ใช้เวลาขนส่งประมาณ 16 ชั่วโมง นอกจากนี้ รัฐมณีปุระยังสนใจอุตสาหกรรมการเกษตร เช่น การเพาะกล้วยไม้ของไทย ด้วย


สคร. ยังได้ถือโอกาสประชาสัมพันธ์งานแสดงสินค้าครั้งสำคัญที่ สคร. จะจัดขึ้นในดินแดนสหภาพจันดิการ์ (Chandigarh) ซึ่งเป็นรัฐที่ถือว่าร่ำรวย มี GDP เป็นอันดับสองรองจากรัฐกัวทางตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย โดยงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 26-30 กันยายน 2555 และ สคร. จะเชิญผู้ประกอบการไทยในสาขาต่างๆ มาร่วมออกร้านในงานด้วย


ททท. เปลี่ยนแผน ลุยตลาดนักท่องเที่ยวใหม่

ผอ. ททท. แจงยุทธศาสตร์ ททท. สำนักงานนิวเดลีว่า เน้นตลาดนักท่องเที่ยว Tier II จากเมืองใหญ่ระดับรอง มีประชากร 3 ล้านคนขึ้นไป เช่น เมืองจันดิการ์ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวใหม่ ที่มักจะใช้จ่ายกันสนุกมือเมื่อเดินทางไปไทยครั้งแรก ททท. จึงได้จัดกิจกรรม B2B ให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยกับผู้ประกอบการอินเดียในตลาดใหม่ดังกล่าวได้พบเพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยว โดยจัดไปแล้วที่กัลกัตตาเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2555 และที่จันดิการ์เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา


ท้ายนี้ ทีม thaiindia.net ขอร่วมกับทีมประเทศไทย กล่าวอำลาคุณกิตติพงษ์ ประพัฒน์มอง ผู้ช่วย ผอ. ททท. ที่ครบวาระหน้าที่ที่นิวเดลี และขอกล่าวต้อนรับคุณชาญยุทธ เศวตสุวรรณ ผู้ช่วย ผอ. ททท. คนใหม่สู่กรุงนิวเดลีและสู่ทีมประเทศไทยของเรา


ประพันธ์ สามพายวรกิจ

รายงานจากกรุงนิวเดลี

6 สิงหาคม 2555

6 สิงหาคม 2555
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ