จับตานายกฯ อินเดียเยือนไทย หารือส่งเสริมการค้าการลงทุนไทย-อินเดีย

PM

นายมันโมฮัน สิงห์ นายกรัฐมนตรีอินเดีย มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาลปลายสัปดาห์นี้ เพื่อหารือกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในประเด็นความร่วมมือรอบด้าน คาดการค้าการลงทุนจะเป็นประเด็นใหญ่ที่ทั้งสองฝ่ายจะยกขึ้นหารือ

นายกรัฐมนตรีอินเดียจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ โดยรัฐบาลไทยเตรียมจัดพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่ผู้นำทั้งสองฝ่ายจะหารือประเด็นความร่วมมือสำคัญต่างๆ หลายฝ่ายคาดว่า ประเด็นที่น่าจะได้รับความสนใจและมีการพูดคุยกันมากที่สุดน่าจะเป็นการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

ประเด็นที่เอกชนไทยควรจับตามองในการหารือครั้งนี้ ได้แก่การเตรียมประกาศการจัดตั้ง Thailand-India Business Forum ซึ่งเป็นกลไกที่จะนำผู้บริหารเอกชนชั้นนำของทั้งสองฝ่ายมาหารือร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งจะนำไปสู่การทำการค้าและธุรกิจระหว่างกันมากขึ้น

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเตรียมเชิญชวนให้เอกชนไปลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานในประเทศของตน โดยฝ่ายอินเดียน่าจะชูโครงการระเบียงเศรษฐกิจเดลี-มุมไบ ขณะที่ไทยต้องการดึงดูดนักลงทุนจากอินเดียในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท รวมถึงโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายในพม่า

รัฐบาลไทยยังเตรียมผลักดันผลประโยชน์ของเอกชนไทยในอินเดียเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำความตกลงประกันสังคมเพื่อแก้ปัญหาเงินประกันสังคมของคนงานไทยในอินเดีย ตลอดจนผลักดันให้มีกลไกแก้ไขปัญหาด้านวีซ่าแก่นักธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน

ภายหลังจากการหารือ นายกรัฐมนตรีจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีอินเดียและคณะในเย็นวันเดียวกัน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอินเดียและคณะจะเดินทางออกจากประเทศไทยในวันที่ 31 พฤษภาคม 2556

การเยือนไทยครั้งนี้ ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการในระดับทวิภาคีเป็นครั้งแรกของนายมันโมฮัน สิงห์ และเป็นไปตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีไทย ก่อนหน้านี้นายมันโมฮัน สิงห์ ได้เคยเดินทางมาประเทศไทยแล้วสองครั้ง เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด BIMSTEC ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2547 และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 เมื่อปี 2552

 

นายประพันธ์ สามพายวรกิจ
รายงานจากกรุงนิวเดลี
27 พฤษภาคม 2556

27 พฤษภาคม 2556
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ