ไทย-อินเดียพร้อมเจรจาความตกลงประกันสังคมภายในปีนี้

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2556 นายอารักษ์ พรหมณี รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ของไทยได้เดินทางมาหารือกับนาย Atul Kumar Tiwari อธิบดีรับผิดชอบเรื่องบริการการเงินและนโยบายย้ายถิ่นฐาน กระทรวงกิจการอินเดียโพ้นทะเล (Ministry of Overseas Indian Affairs) เพื่อเตรียมการสำหรับ การจัดทำความตกลงประกันสังคมระหว่างกัน โดยอินเดีย พอใจกับความมุ่งมั่นของฝ่ายไทย และพร้อมที่จะมีความตกลงระหว่างกันในเร็ววัน

นายอารักษ์ พรหมณี รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้นำเสนอระบบประกันสังคมของไทยให้ฝ่ายอินเดียทราบ และแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการแก้ไข พรบ.ประกันสังคมของไทย ที่จะเอื้อต่อการเปิดเจรจา เรื่องความตกลงประกันสังคมระหว่างกัน ในขณะที่ฝ่ายอินเดียได้แจ้งประเด็นที่ต้องการให้บรรจุในความตกลงซึ่งจะเอื้ออำนวยประโยชน์แก่คนไทยและอินเดียที่ไปทำงานในอีกประเทศหนึ่ง

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยคาดว่าจะสามารถส่งร่างความตกลงให้อินเดียพิจารณาได้ภายใน 4-5 เดือนต่อจากนี้ เพื่อที่จะได้เริ่มการเจรจาระหว่างกันได้ก่อนปลายปี 2556 ที่ประเทศไทย

ก่อนหน้าที่จะมีการหารือกันครั้งนี้ สถานทูตไทยที่นิวเดลีได้เชิญภาคเอกชนไทยในอินเดียที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องประกันสังคม มาหารือกับคณะที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ โดยมีผู้แทนบริษัทอิตาเลี่ยน-ไทย ดีเวลล๊อปเม้นท์ ซีพี และ
การบินไทยในอินเดีย เข้าร่วมให้ข้อมูลเพื่อเตรียมพบกับอินเดีย

การหารือระหว่างไทย-อินเดียในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการผลักดันของทีมประเทศไทยในอินเดีย ที่เป็นด่านหน้ารับทราบปัญหาของภาคเอกชนไทยที่มาทำธุรกิจในอินเดีย และประสบปัญหาเช่นเดียวกับลูกจ้างต่างชาติทุกประเทศที่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนบำนาญของอินเดียแต่จะสามารถเบิกเงินบางส่วนคืนได้ก็ต่อเมื่ออายุถึง 58 ปี อีกทั้งไม่มีสิทธิ์เบิกเงินบางส่วนคืน ยกเว้นว่าประเทศนั้นๆ ทำความตกลงประกันสังคมกับอินเดีย

กฎเหล็กของอินเดียข้อนี้ที่ออกมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2553 เป็นวาระหลักที่ทีมประเทศไทยในอินเดียผลักดันมาโดยตลอด ทั้งกับภาครัฐด้วยกันเอง และฝ่ายการเมือง โดยทูตไทยหยิบยกเรื่องนี้พูดกับนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้ว ระหว่างการเยือนอินเดียของนายกรัฐมนตรี 2 ครั้ง เมื่อช่วงต้นปีและปลายปี 2555 ที่ผ่านมา และในระหว่างการเยือนไทยของนายกรัฐมนตรีอินเดียในวันที่ 30-31 พฤษภาคม 2556 ทั้งสองฝ่าย ก็จะประกาศความพร้อม ที่จะเริ่มเจรจาความตกลง
ประกันสังคมภายในปีนี้

คณิน บุญญะโสภัต
รายงานจากกรุงนิวเดลี 
13 พฤษภาคม 2556
13 พฤษภาคม 2556
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ