อินเดียเปิดช่องให้ต่างชาติลงทุนในกองทุนรวม (Mutual Fund)

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อินเดียอนุญาตต่างชาติให้ลงทุนในกองทุนรวม

 

หนังสือพิมพ์ Business Standard ของอินเดีย วันอังคารที่ 28 มิ.ย. 2554 รายงานว่า คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อินเดีย (The Securities and Exchange Board of India – Sebi) (http://www.sebi.gov.in/) จะประกาศกฎในการอนุญาตให้ต่างชาติลงทุนในกองทุนรวมภายในของอินเดียได้ในมูลค่าไม่เกิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ในวันที่ 1 สิงหาคม 2554 นี้ ตามที่ได้แจ้งไว้ในการแถลงงบประมาณประจำปีของอินเดียเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2554
ที่ผ่านมา

 

อินเดียประกาศอนุญาตให้ต่างชาติลงทุนในกองทุนรวมได้ เพื่อควบคุม
การเคลื่อนไหวของเงินทุนในตลาดทุนของอินเดีย โดยรัฐบาลต้องการเงินทุนเพื่อมาสนับสนุนการขาดดุลในบัญชีเดินสะพัดอันเนื่องมาจากความผันผวนของกระแสเงินทุนและอัตราการนำเข้าสินค้าที่สูงขึ้น การอนุญาตเงินทุนต่างชาติในกองทุนรวมของอินเดียจะช่วยแก้ปัญหางบดุลของอินเดียด้วยการให้กองทุนที่มีความมั่นคงเข้ามาร่วมในตลาดทุนของอินเดียเนื่องจากผู้ลงทุนรายย่อยมีแนวโน้มจะลงทุนในระยะยาว รวมทั้งลดการพึ่งพานักลงทุนประเภทสถาบันจากต่างประเทศ (Foreign Institutional Investors-FII) ซึ่งกองทุนมีการเคลื่อนไหวสูง ทั้งนี้ ปัจจุบัน Sebi อนุญาตให้เฉพาะ ชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ในประเทศ ชาวอินเดียโพ้นทะเล (Non-resident Indians-NRIs) FII และผู้ถือบัญชีที่จดทะเบียนไว้กับ Sebi มีสิทธิ์ในการลงทุนในกองทุนรวมเท่านั้น

 

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องกฎระเบียบของการอนุญาตดังกล่าว และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินของอินเดียยังไม่มีความมั่นใจว่านโยบายดังกล่าวจะแก้ปัญหาได้ ซึ่งต้องติดตามในรายละเอียดต่อไป

 

ที่มา: http://www.business-standard.com/india/news/foreigners-allowed-to-invest-in-mutual-funds-/440734/

 

นายคณิน บุญญะโสภัต
ทีมงาน Thaiindia.net
30 มิถุนายน 2554

1 กรกฎาคม 2554
แหล่งข้อมูล: India rules/regulation, policy, and FTA watch

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ