อินเดียกำลังพิจารณาเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ ในสาขาการค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้าหลายตราสินค้า

ขณะนี้ รัฐบาลอินเดียกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเปิดรับ
การลงทุนจากต่างประเทศในสาขาการค้าปลีกที่จำหน่าย
สินค้าหลายตราสินค้า (multi-brand retail sector)
โดยล่าสุดมีแนวโน้มที่จะเปิดให้ลงทุนได้ใน 6 เมืองใหญ่
คือ กรุงนิวเดลี มุมไบ เจนไน กัลกัตตา บังคาลอร์
และไฮเดอร์ราบัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหา supply constraints และปัญหาการกระจายสินค้า ซึ่งก่อให้เกิดผล
เสียทางเศรษฐกิจและปัญหาเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม อินเดียจะดำเนินการเปิดรับการลงทุนในด้านนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็กของท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นร้อยละ 96 โดยการเปิดรับการลงทุนดังกล่าว รัฐบาลกำหนดให้ต่างชาติมีกรรมสิทธิในการลงทุนได้ร้อยละ 51 และต้องมีมูลค่าการลงทุนอย่างน้อย 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งจะต้องจัดหาสินค้าร้อยละ 30 จากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กของอินเดียด้วย นอกจากนั้น รัฐบาลของรัฐต่างๆ ยังอาจได้รับสิทธิให้มีอำนาจอนุญาตที่จะให้ธุรกิจค้าปลีกต่างชาติมาเปิดห้างในเมืองของตนได้ด้วยหรือไม่ตลอดจนได้กำหนดให้การลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 50 เป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหลังห้าง (back-end infrastructure) อาทิ ระบบโลจิสติกส์ คลังสินค้า ห้องเย็น เป็นต้น

ที่ผ่านมา อินเดียได้อนุญาตให้ต่างชาติลงทุนในสาขาค้าปลีกประเภทจำหน่ายสินค้าตราสินค้าเดียว (single brand)
มาแล้ว โดยให้มีกรรมสิทธิในสัดส่วนร้อยละ 50 และอนุญาตให้มีการลงทุนค้าส่งแบบ cash and carry
ในสัดส่วนร้อยละ 100

ปัจจุบัน ชาวอินเดียตามเมืองใหญ่ๆ ได้เริ่มเคยชินกับการใช้จ่ายและใช้ชีวิตในห้างสรรพสินค้า ที่ทันสมัยแล้ว
โดยเห็นว่ามีความสะดวกและมีมาตรฐาน ดังนั้น รัฐบาลอินเดียจึงมีความพร้อมที่จะเปิดรับการลงทุนในด้านนี้ และที่ผ่านมา บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ เช่น Walmart, Carrefour และ Tesco ก็ได้เข้ามาลงทุนในอินเดียแล้วในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และกำลังรอให้รัฐบาลอินเดียเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติในสาขาดังกล่าวเพื่อที่จะได้เข้ามาลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ

การเปิดรับการลงทุนในสาขานี้ของอินเดียย่อมที่จะเป็นโอกาสต่อบริษัทผู้ค้าปลีกของไทยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเครือ Central, the Mall หรือ Tesco Lotus ที่มีความชำนาญและประสบการณ์ในการค้าปลีกหลากหลายตราสินค้า
เพราะโอกาสในธุรกิจนี้มีมหาศาลจากขนาดจำนวนผู้บริโภคของอินเดีย โดยได้มีการประเมินกันว่าธุรกิจค้าปลีกอินเดียมีมูลค่าถึงประมาณ 450,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ
23 มิถุนายน 2554

30 มิถุนายน 2554
แหล่งข้อมูล: India rules/regulation, policy, and FTA watch

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ