หลังจากถูกต่อต้านจากผู้ค้าปลีกรายย่อย และแรงกดดันการเมืองภายใน รัฐบาลกลางอินเดียระงับแผนการผ่อนคลายกฎค้าปลีก นับเป็นเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบนโยบายผ่อนคลายสัดส่วนการถือหุ้นโดยบริษัทค้าปลีกต่างชาติในธุรกิจค้าปลีกของอินเดีย
ในขณะที่ค้าปลีกต่างชาติรอดูท่าที หุ้นของยักษ์ใหญ่ค้าปลีกในประเทศตกฮวบ เนื่องจากความหวังจะได้ทุนมากลบหนี้จางลงไปถนัดตา
Pantaloon ร้านค้าปลีกของอินเดีย มีหนี้ 7.8 หมื่นล้านรูปี (ราว 5 หมื่นล้านบาท) มีหนี้สินต่อทุนทะลุขีดอันตราย อยู่ที่ 2.74 และมากกว่า 80% ของ EBITDA หมดไปกับการจ่ายดอกเบี้ย การเลื่อนการผ่อนคลายกฎค้าปลีกออกไป หมายถึง การต้องเตรียมหาหนทางอื่นในการระดมทุนเพื่อจัดการกับภาระหนี้
ราคาหุ้นตกลงต่อเนื่อง ณ วันพฤหัสบดี หุ้นปิดที่ 186.45 รูปี ลดลงจากวันก่อน 5.9% จากที่เคยดีดขึ้นไปอยู่ที่ 234.05 รูปี หลังจากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบการผ่อนคลายกฎในปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
Shopper’s Stop ร้านค้าปลีกอินเดีย ไซส์ขนาดน้อง Pantaloon อาจจะไม่ลำบากเท่า เนื่องจากมีภาระหนี้สินต่อทุนอยู่ที่เพียง 0.65 ยังเหลือเพดานให้กู้เพื่อขยายธุรกิจได้อีก ราคาหุ้นปิดลดลง 1.3% มาอยู่ที่ 345.25 รูปี จากที่เคยพุ่งไปที่ 395.65 รูปี ตอบรับมติคณะรัฐมนตรี
Trent ร้านค้าปลีกของกลุ่ม Tata มีหนี้สินต่อทุนเพียง 0.35 บริษัทไม่มีความต้องการเงินทุนเพิ่ม เนื่องจากฐานะการเงินค่อนข้างแข็งแกร่งอยู่แล้ว ราคาหุ้นปิดลดลง 1.7% อยู่ที่ 942.35 รูปี จาก 1058.45 รูปี เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน
ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อินเดียจะอนุญาตให้บริษัทค้าปลีกต่างชาติเพิ่มสัดส่วนในการถือหุ้นในธุรกิจค้าปลีกประเภทที่จำหน่ายสินค้ายี่ห้อเดียว (Single-Brand Retailers) จาก 51% เป็น 100% และสามารถถือหุ้นในธุรกิจค้าปลีกประเภทจำหน่ายสินค้าหลายยี่ห้อ (Multi-Brand Retailers) จากที่เคยไม่อนุญาตให้ถือหุ้นเลยเป็นอนุญาตให้ถือหุ้นได้ 51% โดยมีเงื่อนไขที่กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดียได้กำหนดไว้
เสียงสะท้อนจากภายในประเทศสร้างแรงกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามมาด้วยการรวมตัวกันปิดร้านค้าเป็นเวลา 1 วัน พร้อมทั้งออกมาเดินขบวนประท้วงบนท้องถนนในกรุงนิวเดลี เมืองมุมไบ และเมืองใหญ่ๆ อีกหลายเมืองในรัฐอุตตรประเทศ เพื่อเป็นการประท้วงนโยบายเปิดเสรีค้าปลีกจากต่างประเทศของรัฐบาล
การประท้วงด้วยการปิดร้านค้าดังกล่าวมีร้านค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อมประมาณ 90% ของทั้งหมด 2 ล้านรายเข้าร่วม คาดว่าจะทำให้ร้านค้าสูญเสียรายได้รวมกันประมาณ 1 แสนล้านรูปีภายในวันเดียว
ปิยรัตน์ เศรษฐศิริไพบูลย์
http://www.thaiindia.net/th/news-item/42-india-fta-watch/479-2011-12-08-11-05-10.html
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
