อินเดียเนื้อหอม มาเลเซียตั้งเป้ามูลค่าการค้า 1.5 หมื่นล้านเหรียญ

ในขณะที่การเจรจาขยายกรอบการค้าเสรีระหว่างอินเดียและไทยกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น ประเทศเพื่อนบ้านไทยอย่างมาเลเซียก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จับเข่าคุยกับทางการอินเดียตั้งเป้ามูลค่าการค้า 1.5 หมื่นล้านเหรียญ ขยายกรอบความร่วมมือไปยังภาคเภสัชกรรม, การศึกษา, เทคโนโลยีชีวภาพ, ไอที และเกษตรกรรม


การค้าระหว่างอินเดีย-มาเลเซียมีมูลค่า 3.99 พันล้านเหรียญสหรัฐในช่วงห้าเดือนแรกของปี ซึ่งเติบโตเป็นเท่าตัวจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และคาดกันว่ามูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศจะแตะระดับหมื่นล้านเหรียญในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจแบบครอบคลุม (Comprehensive Economic Cooperation Agreement) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา


ข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจแบบครอบคลุม หรือ CECA จะอำนวยความสะดวกในเรื่องการพำนักอาศัยเป็นการชั่วคราวของนักธุรกิจในสาขาต่างๆ เช่น ผู้ให้บริการลักษณะสัญญาว่าจ้าง และผู้ประกอบการอิสระที่ให้บริการในวิชาชีพการบัญชี สถาปัตยกรรม วิศวกรรม การแพทย์และทันตกรรม และที่ปรึกษาด้านการจัดการ


การค้าทวิภาคีมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 17 เท่าตัวจาก 600 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2535 เป็น 1.05 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2551 และเพิ่มขึ้นเท่าตัวจาก 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 1.05 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2551 วิกฤตเศรษฐกิจโลกได้ส่งผลกระทบต่อการค้าทวิภาคี ซึ่งมีมูลค่าลดลงไปอยู่ที่ 7.3 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2552


อย่างไรก็ตามในปี 2553 การค้าทวิภาคีฟื้นตัวขึ้นเกือบ 25% ไปที่ 8.94 พันล้านเหรียญสหรัฐ (อินเดียส่งออกมูลค่า 2.47 พันล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้า 6.47 พันล้านเหรียญสหรัฐ)


มาเลเซียรุกคืบในด้านการก่อสร้างทางหลวง โดยบริษัท PLUS ของมาเลเซีย จะร่วมกับ Nagarjuna บริษัทก่อสร้างอินเดียซึ่งตั้งอยู่ในรัฐไฮเดอราบัด เพื่อเข้าร่วมประมูลงานในรัฐอานธรประเทศ ปัจจุบันประเทศมาเลเซียเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่อันดับที่ 24 ในประเทศอินเดีย มีเม็ดเงินลงทุนตั้งแต่ปี 2541ถึง 2553 ที่ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่มุ่งไปที่การก่อสร้างถนนและทางหลวง โทรคมนาคม น้ำมันและก๊าซ โรงงานไฟฟ้า การท่องเที่ยวและทรัพยากรมนุษย์


ข้อมูลจากคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมก่อสร้างของมาเลเซียแสดงว่า บริษัทจากมาเลเซียได้สร้างงานก่อสร้างในอินเดียเสร็จแล้ว 52 โครงการ มีมูลค่ารวม 2.33 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่อีก 22 โครงการมูลค่า 2.3 พันล้านเหรียญสหรัฐกำลังอยู่ในช่วงดำเนินการ


บริษัท Malaysia Airports Holdings Berhad กำลังมีส่วนร่วมในการพัฒนาสนามบินนานาชาตินิวเดลี เทอร์มินัล 3 ในขณะที่บริษัท Scomi ได้งานโครงการรถไฟลอยฟ้ารางเดี่ยวในมุมไบ นอกจากนี้มาเลเซียยังเห็นโอกาสสำหรับบริษัทก่อสร้างของมาเลเซียในภาคโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยในอินเดีย


ในปัจจุบันมีบริษัทอินเดียมากกว่า 77 แห่งดำเนินการอยู่ในมาเลเซีย การลงทุนของอินเดียในมาเลเซียตั้งแต่ปี 2523 ถึง 2553 มีมูลค่าราว 2.04 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ในส่วนของภาคการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวอินเดียราว 520,000 คนเดินทางไปมาเลเซียในปีที่ผ่านมา ในปีนี้ มาเลเซียคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียจะเพิ่มเป็น 600,000 คน (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งเป้านักท่องเที่ยวอินเดียเยือนไทย 930,000 คนในปี 2554)


นอกจากการเพิ่มเที่ยวบินอินเดีย-มาเลเซีย โดยสายการบินแอร์ เอเชียแล้ว ทางการมาเลเซียยังมีแผนเปิดศูนย์การออกวีซ่าเพิ่มอีก 7 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่ 2 แห่ง คือที่ มุมไบ และไฮเดอราบัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของมาเลเซีย


ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอินเดียและมาเลเซียเริ่มต้นขึ้นในปี 2500 และจากการเยือนมาเลเซียของนายกรัฐมนตรีอินเดีย ดร.มานโมฮัน ซิงห์ เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศตกลงในกรอบการทำงานเพื่อความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ


สรุปข่าวจาก Financial Express

ปิยรัตน์ เศรษฐศิริไพบูลย์

19 กันยายน 2554

19 กันยายน 2554
แหล่งข้อมูล: India rules/regulation, policy, and FTA watch

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ