FTA Watch : อินเดีย-อาเซียน เร่งผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ

ที่ประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับอินเดีย เมื่อวันที่ 22 กรกฏาคม 2554 ที่เมืองบาหลี อินโดนีเซีย เร่งรัดให้อาเซียน-อินเดีย สรุปผลการเจรจาความตกลงด้านการค้าบริการและการลงทุนโดยเร็วที่สุด โดยฝ่ายอินเดียต้องการผลักดันให้สรุปผลให้ได้ภายในปี 2554 นี้


รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนนำโดยนาย Keo Kimhorn รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศกัมพูชาซึ่งเป็นประเทศผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย ประชุมร่วมกับนาย S.M. Krishna รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย และหารือกันในประเด็นต่างๆ ระหว่างอาเซียนกับอินเดีย โดยในประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการเร่งรัดการเจรจาด้านการค้าบริการและการลงทุนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ซึ่งสองฝ่ายจะต้องผ่อนปรนท่าทีการเจรจา และใช้ประโยชน์จากความตกลงด้านการค้าสินค้าที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2555 โดยในปี 2553 มูลค่าการค้าระหว่างสองฝ่ายอยู่ที่ 55.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ


นอกจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มีความเร่งด่วนแล้ว การเชื่อมโยงการคมนาคมทางบกระหว่างอาเซียนกับอินเดียก็เป็นสิ่งที่ที่ประชุมให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความสัมพันธ์ด้านอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2555 นี้ จะเป็นปีเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย ครบรอบ 20 ปี


คณิน บุญญะโสภัต

ทีมงาน Thaiindia.net

11 สิงหาคม 2554
แหล่งข้อมูล: India rules/regulation, policy, and FTA watch

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ