เรื่องน่ารู้จาก สนง.ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ : การใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดของอินเดีย (ตอนที่ 2)

ต่อจากตอนที่แล้ว เรามาดูกระบวนการการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและฟังข้อเสนอแนะจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศนะครับ


การใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (ANTI-DUMPING MEASURE)

หลังจากเปิดการไต่สวน(INITIATION) การทุ่มตลาดอย่างเป็นทางการแล้ว กระบวนการไต่สวนฯก็จะเริ่มขึ้นโดยจะมีคณะกรรมการฯพิจารณาว่ามีการทุ่มตลาดและก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศฯหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ การดำเนินกระบวนการพิจารณาไต่สวนฯจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่งนับตั้งแต่วันประกาศเปิดไต่สวนการทุ่มตลาดฯ

หากผลการไต่สวนฯพบว่ามีการทุ่มตลาดจริงและความเสียหายต่ออุตสาหกรรมฯของประเทศที่ไต่สวนฯเป็นผลมาจากการทุ่มตลาดนั้น ประเทศที่ไต่สวนฯก็สามารถกำหนดมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดฯ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้วิธีการเรียกเก็บอากรการนำเข้าสินค้าที่ทุ่มตลาดฯเพิ่มขึ้นจากอัตราภาษีปกติ หรือที่เรียกว่า การเรียกเก็บ “อากรตอบโต้ การทุ่มตลาด” ดังกล่าวแล้วข้างต้น

ทั้งนี้ จะมีการเรียกเก็บอากรฯจากการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดในอัตราไม่เกินส่วนเหลื่อมทุ่มตลาดที่พบ และมีกำหนดระยะเวลาเรียกเก็บอากรไม่เกิน 5 ปี


อินเดียได้รายงานต่อองค์การการค้าโลก(WTO)กรณีการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด(มาตรการ AD) กับประเทศต่างๆ ซึ่งนับจำนวนมาตรการฯจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2554 ที่ยังมีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 206 กรณีจาก 26 ประเทศ โดย 10 อันดับแรกที่อินเดียใช้มาตรการ AD มากกรณีที่สุด ดังนี้

ประเทศ

มาตรการฯ ยังมีผลใช้บังคับ (กรณี)

1.   จีน

71

2.   เกาหลีใต้

18

3.   ไต้หวัน

17

4.   ไทย

15

5.   สหภาพยุโรป

11

6.   อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ญี่ปุ่น

9

7.   สหรัฐอเมริกา

8

8.   สิงคโปร์

6

9.   เวียดนาม

4

10. อิหร่าน

3

ข้อคิดเห็น/ ข้อเสนอแนะ

ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจซบเซาไปทั่วโลกทั้งในอเมริกา ยุโรปและเอเชีย มีแนวโน้มที่ประเทศต่างๆจะใช้มาตรการทางการค้ามากขึ้น โดยเลือกมาตรการฯที่เหมาะสมกับเป้าหมายตามความต้องการซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปในรูปแบบลักษณะจำกัดการนำเข้าฯ มากขึ้นเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศตนจะได้รับ เช่น ป้องกันหรือหลีกเลี่ยงการว่างงาน  การปกป้องอุตสาหกรรมแรกเริ่ม  และการปกป้องหรือสนับสนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศ   เป็นต้น ทั้งนี้ มีการเลือกใช้มาตรการ AD ต่อกันเป็นจำนวนมากเพื่อปกป้องตนเองดังกล่าว

ดังนั้น ผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิต/ ผู้ส่งออกฯจึงควรศึกษาสภาพการณ์ของสินค้าที่ส่งออกฯด้วยว่าเป็นอย่างไรในเชิงปริมาณและราคาฯ โดยไม่ควรกำหนดราคาขายต่ำเกินไปจนประเทศคู่ค้าเพ่งเล็งว่าสินค้าฯนั้นกำลังทุ่มตลาดและอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน หรือหากมีการส่งออกไปในปริมาณที่เพิ่มขึ้นก็ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง เพราะอาจถูกประเทศคู่ค้าเปิดการไต่สวนฯได้ รวมทั้งทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย AD ของประเทศคู่ค้าเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม และสามารถใช้สิทธิในการปกป้องตนเอง

อย่างไรก็ตาม หากถูกเปิดไต่สวนฯแล้ว ผู้ประกอบการฯควรให้ความร่วมมือในกระบวนการไต่สวนฯตามกฎหมาย เช่น ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม และการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงต่างๆ เป็นต้น เพื่อผ่อนปรนหรือลดระดับความแรงของมาตรการฯหรือหลุดพ้นจากมาตรการฯไปเลย

นอกจากนี้ ควรมีการศึกษาวิเคราะห์โอกาสในการหาตลาดใหม่ๆโดยการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสินค้าฯ เพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในประเทศคู่ค้านั้นๆได้ และเป็นการลดการพึ่งพาตลาดใหญ่ตลาดเดียว

สุพัฒน์ สระน้อย

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

กรุงนิวเดลี

6 มีนาคม 2555
แหล่งข้อมูล: India rules/regulation, policy, and FTA watch

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ