อินเดียเปลี่ยนกฎ เล็งครองตลาดเพชรโลก

ข่าวที่นักธุรกิจวงการเพชรควรทราบ

รัฐบาลอินเดียโดยคณะกรรมการการค้าต่างประเทศ (Directorate General of Foreign Trade) กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมได้มีประกาศ (Notification) เลขที่ 100 (RE-2010)/2009-2014 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 ให้ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเพชรที่เจียระไนและขัดเงาแล้ว น้ำหนักตั้งแต่เม็ดละ 0.25 กะรัตขึ้นไปที่ส่งออกไปต่างประเทศเพื่อทำการตรวจรับรอง (Certification) และจัดเกรด (Grading) แล้วนำกลับเข้ามาในประเทศอินเดียอีก (Re-Import) โดยจะต้องนำกลับเข้าประเทศอินเดียภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ส่งออก โดยประกาศดังกล่าวจะครอบคลุมเฉพาะผู้ส่งออกที่มีมูลค่าการส่งออกไม่ต่ำกว่าปีละ 50 ล้านรูปี (ประมาณ 32.5 ล้านบาท) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และจะต้องส่งออกไปรับการตรวจรับรองและจัดเกรดได้เฉพาะที่ห้องปฏิบัติการที่รัฐบาลอินเดียรับรองจำนวน 10 แห่งเท่านั้น คือ

  1. India Diamond Institute, Surat, Gujarat*
  2. American Gem Society Laboratories (AGS Laboratories), 8917 West Sahara Avenue, Las Vegas, Nevada 89117, USA.
  3. Central Gem Laboratory, Miyagi Building, 5-15-14 Ueno Taito-Ku,Tokyo, Japan
  4. Diamond Trading Company, Maidenhead, UK.
  5. European Gemological Laboratory (EGL), USA.
  6. Gemological Institute of America (GIA), USA.
  7. Hoge Road Voor Diamond, Antwerp, (HRD), Belgium
  8. International Diamond Laboratories DMCC, Dubai, UAE.
  9. The Robert Mouawad Campus, International Gemological Institute (IGI), USA.
  10. World Diamond Centre of Diamonds High Council, Antwerp, Belgium

*สำหรับห้องปฏิบัติการหมายเลข 1 คือ India Diamond Institute, Surat ในรัฐ Gujarat ได้รับ

การบรรจุอยู่ในประกาศด้วย เนื่องจากขณะนี้สถาบันดังกล่าวได้ขยายไปเปิดห้องปฏิบัติการที่ประเทศบอสวานา ในทวีปแอฟริกา ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้ภายในปีนี้

อนึ่ง อากรขาเข้าสำหรับเพชรเจียระไนและขัดเงาแล้วของอินเดียอยู่ที่ร้อยละ 2 ตามประกาศ

กระทรวงการคลัง เลขที่ 01//2012 – Customs ลงวันที่ 16 มกราคม 2555

--------------------------------------------

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ

1 มีนาคม 2555

2 มีนาคม 2555
แหล่งข้อมูล: India rules/regulation, policy, and FTA watch

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ