ค่าจ้างขั้นต่ำของแรงงานในกรุงนิวเดลี
ประเทศไทยประกาศอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำใหม่ทั่วประเทศไปแล้ว โดยที่ค่าจ้างขั้นต่ำ 300.- บาทต่อวัน ใช้กับ 7 จังหวัดรวมถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555


กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ก็ประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่เช่นเดียวกันแต่มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา โดยที่ค่าจ้างขั้นต่ำใหม่สูงสุดสำหรับแรงงานที่มี ฝีมือ(Skilled worker) คือ 312.-รูปีต่อวัน(ประมาณ 200.-บาท) แต่ถ้าว่าจ้างกันเป็นรายเดือน นายจ้างก็จะจ่ายค่าจ้างแค่ 8,112.-รูปี(ประมาณ 5,192.-บาท)[อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 30 ธค.54 คือ 1.00.-รูปีต่อ 0.64.-บาท] สำหรับแรงงานไร้ฝีมือ(Unskilled worker) จะได้รับค่าจ้าง 256.-รูปีต่อวัน(ประมาณ 164.-บาท) หากเป็นรายเดือนๆละ 6,656.-รูปี(ประมาณ 4,260.-บาท)  ทั้งนี้ อัตราค่าจ้างฯดังกล่าว มีผลต่อลูกจ้างทุกคน โดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ ทั้งหญิงและชาย


ทางการอินเดียทราบดีว่านายจ้างส่วนใหญ่ชอบเอาเปรียบลูกจ้าง โดยจ่ายค่าจ้างฯเป็นเงินสดในอัตราต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดเสมอ ซึ่งลูกจ้างฯก็ไม่กล้าโวยวายเพราะกลัวถูกไล่ออกจากงานฯ ดังนั้น ทางการจึงออกกฎระเบียบบังคับให้นายจ้างฯต้องจ่ายค่าจ้างเป็นเช็คเงินสด หรือโอนเงินค่าจ้างฯเข้าบัญชีลูกจ้างโดยตรง เพื่อจะได้มีเอกสารหลักฐานดำเนินคดีได้ว่ามีการจ่ายค่าจ้างฯต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด


ทั้งนี้ ทางการฯกำหนดโทษอย่างหนักต่อนายจ้างฯที่เอาเปรียบลูกจ้าง หรือฝ่าฝืนกฎหมายที่กำหนดวิธีการจ่ายค่าจ้างฯ กล่าวคือ ต้องถูกดำเนินคดี หากพิสูจน์ได้ว่ากระทำความผิดจริง และต้องจ่ายค่าจ้างอีก 10 เท่าของอัตราค่าจ้างฯนั้น นอกจากนี้ นายจ้างฯดังกล่าวอาจต้องรับโทษจำคุกอีกด้วย


การประกาศฯดังกล่าว เสมือนเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังนายจ้างทุกคนไม่ว่าจะเป็นนายจ้างชาวอินเดีย หรือนายจ้างชาวต่างชาติ ให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานฯของอินเดียอย่างเคร่งครัด



สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองนิวเดลี

16 มกราคม 2555
แหล่งข้อมูล: India rules/regulation, policy, and FTA watch

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ