จับตาโครงการ e-Biz อินเดีย พร้อมเปิดตัวปลายปีนี้

อานธรประเทศพร้อมนำร่องรัฐแรก เปิดบริการ e-Biz ให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนขอใบอนุญาตต่างๆ ออนไลน์ได้ในช่องทางเดียว พ.ค. 55 นี้

ในการสัมมนาภาครัฐอินเดียพบภาคธุรกิจไทยที่กรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2555 ที่ผ่านมานั้น นาย Talleen Kumar อธิบดีกรมนโยบายและส่งเสริมการลงทุน (DIPP) กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมอินเดีย ได้บรรยายเกี่ยวกับแผนการดำเนินงาน e-Biz ของรัฐบาลอินเดีย ที่จะปฏิวัติการให้บริการของระบบราชการอินเดียแก่นักลงทุน


หลักการง่ายๆ ของโครงการนี้คือช่องทางการขอใบอนุญาตจะง่ายดายขึ้นเมื่อ DIPP จะทำหน้าต่าง portal เพียงหนึ่งเดียวให้แก่นักลงทุนที่ต้องการจะตั้งโรงงานหรือทำธุรกิจในอินเดีย ในการขอใบอนุญาตตามหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจต่างๆ ของอินเดีย


ใบอนุญาตเหล่านั้นครอบคลุมเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยของกิจการ ใบอนุญาตการค้า ใบอนุมัติพื้นที่ ใบยินยอมให้ตั้งธุรกิจ ใบอนุญาตเรื่องภาษี ระบบน้ำประปา ระบบท่อน้ำทิ้ง ระบบไฟฟ้าและพลังงาน และอีกมากมายหลายอย่าง แตกต่างกันไปตามแต่ประเภทของธุรกิจ


นักธุรกิจไทยที่ผ่านสังเวียนก่อตั้งธุรกิจในอินเดียมาแล้ว คงจะรู้ซึ้งถึงความวุ่นวายในการขอใบอนุญาตนานาชนิดในอินเดีย จนอาจจะทำให้นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่หมายตาแดนภารตะรู้สึกขยาดไปบ้าง แต่วิสัยทัศน์ของราชการอินเดียในเรื่องนี้กำลังจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ


ในช่วงเริ่มต้น จะมีรัฐที่นำร่องโครงการเพียง 5 รัฐ ได้แก่ หรยาณา เดลี มหาราษฏระ อานธรประเทศ และทมิฬนาฑู ซึ่งรัฐที่พร้อมจะดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบก่อนใคร คือ รัฐอานธรประเทศ ที่พร้อมจะทำระบบขอรับใบอนุญาตออนไลน์ใน 54 บริการของรัฐ ได้ภายในเดือนพ.ย. 2555


อย่างไรก็ดี แม้จะยังมีอีกหลายรัฐที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ e-Biz และยังไม่พัฒนาระบบ single window system เต็มตัวอย่างรัฐอานธรประเทศ ก็ไม่ควรมองข้ามบางรัฐก็มีทัศนคติเปิดกว้างต่อการลงทุนจากต่างประเทศ และเป็นมิตรกับนักลงทุนต่างชาติเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐคุชราตที่ทูตไทยเพิ่งนำทีมไปสำรวจโอกาสเมื่อเร็วๆ นี้


เอกชนไทยที่สนใจอินเดียควรจะจับตาดูโครงการ e-Biz ไว้ให้ดี เพราะจะทำให้การก่อร่างสร้างธุรกิจในอินเดียง่ายขึ้น แม้จะฟังดูเป็นโครงการที่น่าอัศจรรย์ใจเพราะเป็นการปฏิวัติระบบราชการของอินเดียที่มักจะมีเสียงบ่นว่าช้าและไร้ประสิทธิภาพ แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่าอินเดียกำลังเอาจริงกับการเชื้อเชิญให้เอกชนต่างชาติเข้ามาลงทุนในบ้านตัวเอง


คลิกที่นี่เพื่ออ่าน powerpoint รายละเอียดโครงการ eBiz


คณิน บุญญะโสภัต

รายงานจากกรุงนิวเดลี

31 พ.ค. 55

31 พฤษภาคม 2555
แหล่งข้อมูล: India rules/regulation, policy, and FTA watch

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ