ผู้ผลิตยางรถยนต์ร้องรัฐยกเว้นภาษีนำเข้ายางพารา

 

อุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์ของอินเดียเรียกร้องรัฐบาลให้ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับยางธรรมชาติ


อุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์ของอินเดียได้เรียกร้องรัฐบาลให้ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับยางธรรมชาติ ที่นำเข้าไปเพื่อผลิตยางรถยนต์ ภายในโควต้านำเข้าปริมาณ 100,000 ตัน โดยอ้างเหตุราคายางธรรมชาติในอินเดียมีราคาสูง จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ประกอบกับค่าเงินรูปีกำลังอ่อนค่า หากนำเข้าจากต่างประเทศและต้องชำระอากรขาเข้า ต้นทุนก็ยังคงสูงอยู่ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลยกเว้นอากรขาเข้าในปริมาณตามโควต้าข้างต้น ทั้งนี้ ปริมาณโควต้าดังกล่าวได้มาจากการคาดการณ์ของคณะกรรมการยางของอินเดีย (Indian Rubber Board) ที่คาดว่าปีนี้ยางธรรมชาติจะขาดอีกประมาณ 100,000 ตัน อันเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของอินเดีย ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตของยอดจำหน่ายรถยนต์ในปีที่แล้วร้อยละ 4.24 ทำให้มียอดจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้นเป็น 1.95 ล้านคัน ทั้งนี้ ยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบหลักที่สำคัญที่สุดในการผลิตยางรถยนต์ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากยางธรรมชาติจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการอยู่รอดของบริษัท


นอกจากนี้อุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์ของอินเดียโดยสมาคมผู้ผลิตยางรถยนต์ (ATMA: Automotive Tyre Manufacturers’ Association) ยังได้เรียกร้องรัฐบาลให้ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบบางรายการที่ไม่มีการผลิตในประเทศอินเดียด้วย ซึ่งจะเป็นยางสังเคราะห์ได้แก่ ยางบิวไทล์ (Butyl Rubber, IIR) ยางสไตรีนบิวตาไดอีน (Styrene-Butadiene Rubber, SBR) ยาง EPDM (Ethylene-propylene Diene Rubber) และ Polyester Tyre Cord ซึ่งปัจจุบันอัตราอากรขาเข้าของวัตถุดิบดังกล่าวอยู่ที่ร้อยละ 5, 10, 10 และ 5 ตามลำดับ ทั้งนี้ รัฐบาลอินเดียยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอดังกล่าวอยู่และคาดว่าจะสามารถให้คำตอบได้หลังจากการประกาศงบประมาณปี 2012-2013 ภายในเดือนมีนาคม 2555 นี้


ดูรายละเอียดทั้งหมด

10 พฤษภาคม 2555
แหล่งข้อมูล: India rules/regulation, policy, and FTA watch

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ