รัฐมหาราษฏระสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมสิ่งทอ

รายงานพิเศษจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ หลังจากเข้าร่วมงานสัมมนาเรื่อง “อุตสาหกรรมสิ่งทอในรัฐมหาราษฏระ” ที่โรงแรม Taj Mahal Palace  เมืองมุมไบ ที่มี รมว. กิจการด้านสิ่งทอของรัฐมหาราษฏระกล่าวเปิดการประชุม และผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชนและคณะกงสุลในเมืองมุมไบเข้าร่วมกว่า 200 คน


อุตสาหกรรมสิ่งทอมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของรัฐมหาราษฏระอย่างมาก โดยเป็นสาขาที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากภาคการเกษตร มหาราษฏระเป็นรัฐมีพื้นที่ปลูกฝ้ายมากที่สุดของอินเดีย คือประมาณ 3.12 ล้านเฮกตาร์ และผลิตฝ้ายได้มากเป็นอันดับสองในบรรดารัฐทั้งหมดของอินเดีย ประมาณ 5.2 ล้านเบล (bale) ต่อปี มีกำลังการผลิต spun yarn จำนวน 326 ล้านกิโลกรัม และ filament yarn ประมาณ 352 ล้านกิโลกรัมต่อปี ผลิตผ้าผืนนับได้ปีละ 8,870 ล้านเมตร คิดเป็นเกือบร้อยละ 50 ของที่ผลิตได้ทั้งประเทศ และสามารถสร้างงานในรัฐได้ 1.5 ล้านคน


รัฐมหาราษฏระมีนโยบายอุตสาหกรรมสิ่งทอในปี ค.ศ. 2011-2017 คือ


1. ส่งเสริมอุตสาหกรรมสิ่งทอให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ขั้นการผลิตฝ้ายไปจนถึงการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป โดยให้มีการดึงดูดการลงทุนจำนวน 400,000 ล้านรูปี (ประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และสร้างงานเพิ่มขึ้น 1.1 ล้านคน ในช่วง 5 ปีข้างหน้า


2. สนับสนุนให้มีการตั้งโรงงานปั่นด้ายและโรงงานทอผ้าแห่งใหม่เพิ่มขึ้น โดยจะให้เงินอุดหนุนในอัตราร้อยละ 10 ในการตั้งโรงงานใหม่ในเขต Marathwada, Vidarbha และ North Maharashtra ซึ่งเป็นเขตปลูกฝ้ายหลักของรัฐ


3. ให้การอุดหนุนด้านดอกเบี้ยกู้เงินระยะยาว ต่อการดำเนินการสร้างโรงงานแห่งใหม่ ปรับปรุงโรงงานเดิม และยกระดับเครื่องมือเครื่องจักรในอุตสาหกรรมสิ่งทอ


4. พัฒนาทักษะแรงงาน (skill development) ในสาขาสิ่งทอ รวมทั้ง ปรับปรุงกฎระเบียบด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสิ่งทอ


5. ส่งเสริมให้มีการตั้ง textile parks โดยรัฐให้การอุดหนุนด้านการเงินและดอกเบี้ย


ที่ประชุมชื่นชมนโยบายอุตสาหกรรมสิ่งทอดังกล่าว ว่าจะมีส่วนช่วยยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอของรัฐครั้งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการอุดหนุนด้านการเงินและดอกเบี้ย และได้มีข้อเสนอให้รัฐดำเนินการเพิ่มเติม คือ (1) ให้มีการตั้ง Textile Expo Centre ดังเช่นที่มีในประเทศที่พัฒนาแล้วและในจีน (2) จัดหาที่ดินเพื่อการเพาะปลูกฝ้ายเพิ่มขึ้นและปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตฝ้ายต่อไร่ให้สูงยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ยังมีอัตราต่ำกว่าของจีนอยู่มาก (3) ให้ความช่วยเหลือด้านการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ (4) ให้หลักประกันในการมีไฟฟ้าใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทออย่างเพียงพอและราคาถูก (5) ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เกื้อหนุนอุตสาหกรรมสิ่งทออย่างเพียงพอ (6) พิจารณายกเว้นหรือลดภาษีที่เกี่ยวข้อง


อุตสาหกรรมสิ่งทอนับว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของรัฐมหาราษฏระอย่างมาก โดยเป็นแหล่งลงทุน สร้างงานและรายได้ที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ จำนวนมากยังคงเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กแบบครัวเรือนที่ใช้จำนวนเครื่องมือและเครื่องจักรน้อย ส่วนใหญ่รับจ้างผลิตให้แก่พ่อค้าซึ่งเป็นผู้ป้อนวัตถุดิบให้ ทั้งนี้ ในระยะหลังได้เริ่มมีการเคลื่อนย้ายการผลิตสิ่งทอไปสู่รัฐอื่นๆ มากขึ้น โดยเพราะรัฐทมิฬนาฑู รวมทั้ง ต้องแข่งขันกับอุตสาหกรรมสิ่งทอของจีนที่มีความก้าวหน้าสูงด้วย


อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมสิ่งทอของอินเดีย รวมทั้งของรัฐมหาราษฏระจะยังคงมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีตลาดภายในประเทศที่ใหญ่โตรองรับ ที่เห็นได้ชัดก็คือ คนอินเดียใช้ผ้าผืนมากว่าคนประเทศอื่น เช่น ชุดส่าหรีต้องใช้ผ้าถึง 5 - 6 เมตรต่อชุด


หากต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับรัฐมหาราษฏระ รัฐคุชราต รัฐกัว และรัฐมัธยประเทศ ท่านสามารถเข้าดูได้ที่เว็บไซต์ www.thaiembassy.org/mumbai


ธีระพงษ์ วนิชชานนท์

รายงานจากเมืองมุมไบ

2 เม.ย. 2555

2 เมษายน 2555
แหล่งข้อมูล: India rules/regulation, policy, and FTA watch

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ