
การรถไฟของอินเดียประกาศขึ้นอัตราค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 22 ในเดือนธันวาคม 2555 นี้ และจะปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งจะทำให้อัตราค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟของอินเดียเพิ่มขึ้นไปถึงร้อยละ 31 ของอัตราปัจจุบัน ทั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการนำเข้า-ส่งออกของอินเดียไม่สมดุล คือสินค้าขาเข้ามากกว่าสินค้าขาออก ทำให้การรถไฟต้องขนส่งตู้คอนเทนเนอร์เปล่ามากขึ้นจึงจำเป็นต้องปรับอัตราค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าว
ค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟนี้ บริษัทขนส่งจะต้องชำระให้แก่การรถไฟอินเดียเป็นค่าใช้รางรถไฟ ค่าบริการรถไฟและค่าโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับระบบสัญญาณไฟ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 60-70 ของต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทขนส่ง ปกติการรถไฟของอินเดียขนส่งสินค้าภายในประเทศด้วยตู้คอนเทนเนอร์คิดเป็นน้ำหนักประมาณ 77 ล้านตันต่อปี โดยมีบริษัทขนส่งที่ได้รับสัมปทานในการขนส่งสินค้าระบบตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟจำนวน 16 บริษัท เช่น บริษัท Container Corporation of India (Concor) บริษัท Arshiya International บริษัท Gateway Distriparks Ltd. บริษัท Hind Terminals บริษัท APL India Infrastructure เป็นต้น ซึ่งการปรับอัตราค่าขนส่งขึ้นสองครั้งภายในช่วงเวลา 2 เดือนนี้จะส่งผลกระทบต่อทั้งการนำเข้าและส่งออกของอินเดีย เนื่องจากต้นทุนสินค้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งสินค้านำเข้าซึ่งนอกจากจะต้องชำระอากรขาเข้า ค่าธรรมเนียมการศึกษา (Educational Cess) ค่าภาษีระหว่างรัฐ (Octroi) และอื่นๆด้วยแล้ว เมื่อต้องชำระค่าขนส่งทางรถไฟที่เพิ่มขึ้นอีกก็จะยิ่งทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งในที่สุดก็จะกลายเป็นภาระที่ถูกผลักไปให้ผู้บริโภคคนสุดท้ายไปโดยปริยาย
อนึ่ง อินเดียเป็นประเทศที่มีเครือข่ายรถไฟใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน โดยมีทางรถไฟทั้งสิ้นยาว 64,015 กิโลเมตร ซึ่งร้อยละ 82 เป็นรางชนิดกว้าง (Broad Gauge) มีระยะทาง 52,808 กิโลเมตร แต่เพียงร้อยละ 28 เท่านั้นที่ใช้ระบบไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม อินเดียเป็นประเทศหนึ่งที่ยังมีการลงทุนในการขยายเครือข่ายรถไฟน้อยมาก โดยในปีงบประมาณ 2553/54 (1 เมษายน 2553-31 มีนาคม 2554) มีการขยายเครือข่ายรถไฟเพียง 709 กิโลเมตร และในปีงบประมาณ 2554/2555 มีการขยายเครือข่ายรถไฟเพียง 727 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งจากสถิติของรัฐบาลอินเดียพบว่ามี โครงการขยายเครือข่ายเส้นทางรถไฟของอินเดียจำนวน 16 โครงการเท่านั้นที่เป็นไปตามกำหนดเวลา ส่วนอีก 27 โครงการยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามกำหนดเวลา
สำหรับระบบการขนส่งทางบกในประเทศอินเดียประกอบไปด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ การขนส่งทางรถบรรทุกและการขนส่งทางรถไฟ โดยเมื่อพิจารณาจากมูลค่าแล้ว การขนส่งทางรถบรรทุกมีสัดส่วนมากกว่าคือ ร้อยละ 87 ส่วนการขนส่งทางรถไฟมีสัดส่วน ร้อยละ 13 อย่างไรก็ตาม คาดว่าการขนส่งทางรถไฟของอินเดียจะยังมีอัตราการเจริญเติบโตอยู่ในระดับสูงเฉลี่ยประมาณร้อยละ 8.1 ต่อปี ในช่วงปีงบประมาณ 2555/2556 ถึงปีงบประมาณ 2559/2560 เนื่องจากการขนส่งสินค้าภายในประเทศโดยทางรถไฟเป็นการขนส่งที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุดแม้ว่าจะยังมีสัดส่วนไม่สูงเท่ากับการขนส่งทางรถบรรทุกก็ตาม แต่ในอนาคต หากการขยายเครือข่ายรถไฟสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย คาดว่าสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรถไฟจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้มีโครงการใหญ่อยู่ 2 โครงการที่กำลังจะดำเนินการขยายเส้นทางรถไฟอยู่ คือ ระเบียงขนส่งสินค้า (DFC: Dedicated Freight Corridor) ด้านตะวันออกของประเทศ ระยะทาง 1,800 กิโลเมตร และระเบียงขนส่งสินค้าด้านตะวันตกของประเทศ ระยะทาง 1,490 กิโลเมตร โดยทั้งสองโครงการจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1 แสนล้านรูปี (ประมาณ 60,000 ล้านบาท) ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดเตรียมที่ดินและแหล่งเงินทุนไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถ้าหากโครงการดังกล่าวดำเนินไปตามแผนก็จะทำให้การขนส่งทางรถไฟของอินเดียเติบโตต่อไปได้อีกในอนาคต
การประกาศขึ้นอัตราค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟล่าสุดนี้ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคที่จะต้องแบกรับภาระต้นทุนซึ่งถูกผลักมาจากผู้จำหน่ายสินค้าแล้ว การรถไฟอินเดียและบริษัทขนส่งทางรถไฟเองก็อาจจะได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากเจ้าของสินค้าสามารถเปลี่ยนไปขนส่งสินค้าด้วยวิธีการอื่น ซึ่งปัจจุบันในอุตสาหกรรมการขนส่งทางบกในอินเดียมีระบบการขนส่งทางรถยนต์เป็นหลักอยู่แล้วโดยมีสัดส่วนในเชิงมูลค่าสูงถึงร้อยละ 87 ในขณะที่ระบบการขนส่งทางรถไฟยังมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 13 เท่านั้น ระบบการขนส่งทางรถยนต์จึงเป็นปัจจัยทดแทนที่ผู้ประกอบการอินเดียสามารถนำมาใช้ทดแทนระบบการขนส่งทางรถไฟได้ ถ้าหากพิจารณาแล้วคุ้มค่ากว่าหลังจากการประกาศขึ้นอัตราค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟในครั้งนี้
สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ
ธันวาคม 2555
http://www.thaiindia.net/th/news-item/42-india-fta-watch/1050-2012-12-10-14-57-20.html
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
