อินเดียประกาศอัตราการคืนอากรขาเข้าวัตถุดิบ

 

รัฐบาลอินเดียประกาศอัตราการคืนอากรขาเข้าวัตถุดิบ

สำหรับสินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออกประจำปี 2555-2556

 

ข่าวสำคัญสำหรับเอกชนไทยที่ประกอบการผลิตในอินเดีย รัฐบาลอินเดียโดยกระทรวงการคลังได้ออกประกาศอัตราการคืนอากรขาเข้าวัตถุดิบสำหรับสินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออกฉบับใหม่ประจำปี 2555-2556 โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนการผลิตให้แก่สินค้าส่งออกของอินเดียในตลาดโลก

 

สำหรับสินค้าที่อยู่ในรายการที่สามารถขอคืนอากรขาเข้าวัตถุดิบได้มีจำนวนประมาณ 4,000 รายการเช่นเดียวกับรายการในประกาศฯ ของปี 2554-2555 ที่ผ่านมา เพียงแต่อัตราการคืนอากรขาเข้าวัตถุดิบของสินค้าบางรายการอาจจะถูกปรับให้สูงขึ้นหรือลดลงเท่านั้น โดยในประกาศฉบับใหม่นี้สินค้าประเภทกระเป๋าเดินทาง/กระเป๋าถือทำจากหนังสัตว์ ผ้าผืน/ด้ายที่ทำจากขนสัตว์ แหวนลูกสูบ ลูกเทนนิส ลูกคริกเก็ต ปากกาลูกลื่น/ปากกาหัวสักหลาด และปากกา Marker จะมีอัตราการคืนอากรขาเข้าวัตถุดิบลดลงเมื่อเทียบกับประกาศของปีก่อนหน้า

 

ภาคเอกชนของไทยควรศึกษารายละเอียดการคืนอากรขาเข้าวัตถุดิบของอินเดียเพราะข้อมูลจากอัตราการคืนอากรขาเข้าวัตถุดิบของอินเดียจะสามารถทำให้ทราบถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมต่างๆของอินเดียที่เป็นคู่แข่งในตลาดส่งออกของไทย รวมทั้งจะทำให้ทราบถึงโอกาสและขีดความสามารถของไทยในการส่งออกวัตถุดิบไปประเทศอินเดียอีกด้วย

 

ผู้ที่สนใจสามารถคลิ๊กไปที่ลิงค์ข้างล่างสำหรับข้อมูลโดยละเอียด

 

อ่านรายงานฉบับเต็ม

ตารางอัตราการคืนอากรขาเข้าวัตถุดิบฉบับสมบูรณ์

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ

ตุลาคม 2555

25 ตุลาคม 2555
แหล่งข้อมูล: India rules/regulation, policy, and FTA watch

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ