อินเดียตื่นทองไทย เตรียมออกมาตรการสกัดการทุ่มตลาด ภาครัฐไทยเตรียมพร้อมตั้งรับ

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ท

รัฐบาลอินเดียกำลังพิจารณามาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเครื่องประดับทองคำจากไทย ที่เพิ่มขึ้นอย่างสูงตั้งแต่ช่วงกลางปี 55 โดยอินเดียระบุว่า การเพิ่มขึ้นของนำเข้าเครื่องประดับทองคำจากไทยเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อัตราการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของอินเดียสูงถึง 5.4 เปอร์เซ็นต์ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งสูงกว่าวิกฤติดุลการชำระเงินของประเทศในปี 2534 และมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจภายในของประเทศมหาศาล

สื่อท้องถิ่นของอินเดียรายงานวันนี้ (20 ก.พ. 2556) ว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมอินเดียได้ให้สัมภาษณ์ว่าอินเดียอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อตรวจสอบการทุ่มตลาดของสินค้าเครื่องประดับทองคำจากไทยภายใต้กลุ่มสินค้า Early Harvest Scheme ในกรอบความตกลงการค้าเสรี และจะมีหนังสือแจ้งทางการไทยเพื่อให้ตอบภายใน 90 วัน

ภาคเอกชนอินเดียตั้งข้อสังเกตว่า สินค้าเครื่องประดับที่มาจากไทยมักจะถูกส่งต่อมาจากต้นทางคือจีนและมาเลเซีย ทั้งนี้ สินค้าทองรูปพรรณและเครื่องประดับที่มีส่วนประกอบของทองเป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้ Early Harvest Scheme ของ FTA ไทย-อินเดีย ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 49

มีรายงานว่า ตัวเลขการนำเข้าทองจากไทยมาอินเดียเพียงช่วง เม.ย.-พ.ย. 55 พุ่งสูงถึง 92 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (ช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. 55 สูงถึง 72 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ) ในขณะที่ ตัวเลขมูลค่าการนำเข้าในช่วงปี งปม.อินเดียทั้งปี 54-55 (เม.ย.54-มี.ค.55) มีเพียง 13 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ทั้งนี้ ภาคธุรกิจเครื่องประดับภายในของอินเดียก็ได้เรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย

ทางการอินเดียได้มีการตื่นตัวและออกมาตรการป้องกันแล้ว โดยเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 56 รัฐบาลได้ประกาศขึ้นอัตราภาษีนำเข้าทองคำและแพลตินัมจาก 4 เปอร์เซ็นต์ เป็น 6 เปอร์เซ็นต์ และออกมาตรการต่างๆ โดยธนาคารกลาง (RBI) เพื่อบรรเทาผลกระทบที่มีต่อดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของอินเดีย รวมทั้งเป็นการกระตุ้นภาคเศรษฐกิจที่ซบเซา ซึ่ง Thaiindia.net ได้รายงานแล้วที่ http://www.thaiindia.net/th/india-rulesregulation-policy-and-fta-watch/1123-2013-02-04-12-41-41.html

ผอ.ธราดล ทองเรือง สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ที่นิวเดลี บอก Thaiindia.net ว่าทราบเรื่องแล้ว และพร้อมดำเนินการตั้งรับท่าทีอินเดีย ที่คงจะแจ้ง สคร.ที่เมืองหลวงเร็วๆ นี้ ส่วน ผอ.อดุลย์ โชตินิสากรณ์ ประจำ สคร.ที่มุมไบ บอกว่าแจ้งเรื่องนี้กับกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์แล้ว และอยู่ระหว่างกำลังศึกษามาตรการที่อินเดียน่าจะใช้กับทองไทย เพื่อเตรียมตัวตั้งรับ

มีข้อสังเกตว่าปกติแล้วมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ มักจะใช้กับสินค้าที่มูลค่าไม่สูงมาก เช่น ส่วนประกอบและชิ้นส่วนอุตสาหกรรมหนักหรือยานยนต์ อย่างไรก็ดี กระบวนการเจรจาอาจจะต้องใช้เวลาเนื่องจากสินค้าทองคำรูปพรรณและเครื่องประดับจากทองคำของไทยได้รับการปกป้องภายใต้ FTA ไทย-อินเดีย ที่มีผลบังคับใช้แล้ว Thaiindia.net จะรายงานความคืบหน้าเรื่องนี้ต่อไป

คณิน บุญญะโสภัต

รายงานจากกรุงนิวเดลี

20 กุมภาพันธ์ 2556

20 กุมภาพันธ์ 2556
แหล่งข้อมูล: India rules/regulation, policy, and FTA watch

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ